Help - Search - Member List - Calendar
Full Version: ^^กรุงเทพฯราตรี^^ (ช่อง 3) โฬม+เจนี่
Popcornfor2's Community > STAR GROUP > พูดคุย ละครไทย (Thai Drama Club)
Pages: 1, 2, 3, 4, 5, 6
jazzwu
กรุงเทพฯราตรี



h1.gif h1.gif h1.gif h1.gif h1.gif h1.gif

Credit: รัตนบุตร
ไม่อนุญาตให้ copy ข้อความไปโพสต์ต่อหรืออะไรก็แล้วแต่ โดยไม่ได้รับอนุญาต
แต่แสดงความคิดเห็นได้ค่ะ...

โดย .... “ รัตนบุตร์ ”
ผลงานล่าสุดของผู้ประพันธ์และผู้เขียนบทละครโทรทัศน์เรื่อง
- เจ้าสาวมืออาชีพ- นางโชว์ – ราชินีหมอลำ – เจ้านายวัยกระเตาะ - ผู้หญิงชั้น1
- อยากจะรักเดี๋ยวจัดให้ – ฯลฯ


ดล รับบทโดย .... ฉัตรชัย

ไววิทย์ ......น๊อต-นุติ เขมะโยธิน

พิไล .....นันทิดา แก้วบัวสาย

รัมภา .....จินตะหรา สุขพัฒน์

ผกา ..... จารุณี สุขสวัสดิ์

ป้อง ...... รอน บรรจงสร้าง


ชรัณ ..... โฬม

อุ้ม(อริตา) ...... เจนี เทียนโพธ์สุวรรณ์

อั้ม หรือวิภาวี (อัมพิกา) .....จอย ริลลณี

กวิน ........ น๊อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมณ์

วิลันดา ......จ๊ะ จิตตาภา แจ่มปฐม

เดช ......ตั้น พิเชษชัย ผลดี

รุ่ง ...... (วรายุธ
)


เรื่องราวของผู้หญิงกลางคืนคนหนึ่ง
ซึ่งถูกตัดขาดจากความเป็นเมียและแม่
จากกรรมที่เธอไม่ได้ก่อ.....
ความรัก ความแค้นของคนรุ่นพ่อ-รุ่นแม่ คือ ไฟ
ที่ประทุขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อชะตากรรม ชักนำให้ ลูกๆ ของพวกเขา
ต้องมาชิงรัก หักสวาทกันเอง ”


พ.ศ. 2490

การประกวดเทพีเพื่อเฟ้นหา “กุลสตรีศรีสยาม” รอบสุดท้าย พิไล
เป็นตัวเก็งที่จะได้รับตำแหน่ง ท่ามกลางความไม่พอใจของ รัมภา
สาวไฮโซที่เข้าร่วมประกวดด้วย ในงานนี้ ผกา มาคอยให้กำลังใจ
รัมภา ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน
แต่รัมภาถือว่าตัวเองเหนือกว่าผกาทุกอย่าง จึงมักจะข่มผกาอยู่เสมอ

ก่อนการตัดสินจะมีขึ้น รัมภา ได้รู้จาก ดล หนุ่มหล่อ ลูกกำพร้า
ที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ซึ่งเป็นคู่ควงคนหนึ่งของเธอว่า พิไล
ทำงานเป็นนักร้องในไนต์คลับ จึงประจานกลางเวที
ในที่สุด พิไล ต้องออกจากประกวดทั้งน้ำตา
รัมภา คว้าตำแหน่ง”กุลสตรีศรีสยาม” ไปครองสมใจ

รัมภา ไปฉลองตำแหน่งพร้อมกับดล ท่ามกลางความเจ็บปวดของ ผกา
ซึ่งแอบมีความสัมพันธ์กับดล ตั้งแต่ตอนที่ทั้งคู่ อยู่ต่างจังหวัดด้วยกัน
แต่เมื่อดลมาเจอรัมภาก็เปลี่ยนใจ ด้วยความหวัง รัมภาจะช่วยพาเขาให้ก้าวหน้า มากกว่า
ผกา ซึ่งเป็นเพียงประชาสัมพันธ์สาว ผกา ได้แต่ก้มหน้ารับพ่ายแพ้
แต่เธอก็ฝืนใจไปจากเขาไม่ได้ เพราะใจเธอมอบให้เขาไปหมดแล้ว
แต่ก็ยังแอบหวังว่า ในที่สุด เขาจะเลือกเธอเป็นคู่ครอง

เมื่อความหวังที่จะก้าวออกไปจากแสงสีกลางคืนพังครืนลง
พิไลกลับไปเป็นนักร้องในไนต์คลับตามเดิม ด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ
บวกกับหน้าตาที่สวย ทำให้มีผู้ชายมาติดพันมากมาย
แต่เธอก็ไม่ให้ความสนิทสนมกับใคร ยกเว้น ป้อง เด็กหนุ่มที่เติบโตมาด้วยกัน
ป้องยึดรักพิไลมาก จึงคอยรับส่งพิไลทุกคืน แม้พิไลจะมีใจให้กับป้อง
แต่เธอก็ยังไม่ยอมผูกมัดตัวเองกับเขา

คืนหนึ่ง พิไล และ ป้อง เดินทางกลับบ้าน ก็เห็นไววิทย์ ถูกโจรปล้น
ทั้งสองเข้าไปช่วย ไววิทย์ถูกทำร้ายสลบเหมือด เขาฟื้นขึ้นมาในความดูแลของพิไล
ความสวย สดใส ร่าเริง และสู้ชีวิตของพิไล ทำให้ไววิทย์ ประทับใจตั้งแต่แรกเห็น
เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา ตั้งแต่เล็ก จนโต เขาได้รับการเลี้ยงดูให้อยู่แต่ในกรอบจาก
คุณลาวัลย์ ผู้เป็นแม่ พอมาเจอผู้หญิงที่มีอิสระ ร่าเริงเข้าเขาจึงค้นพบความสุข
ที่ต้องการในชีวิต ความสัมพันธ์ที่งอกงามขึ้นระหว่าง ไววิทย์ และพิไล
ทำให้ ป้อง ไม่พอใจพยายามขัดขวาง แต่พิไล กลับเลือกไววิทย์
ด้วยความหวังว่า เขาจะพาชีวิต ของเธอพ้นไปจากความยากจน

เมื่อรัมภารู้ว่า ไววิทย์ กำลังจะปันใจให้กับ อดีตคู่แข่ง หนำซ้ำ ยังด้อยกว่าเธอทุกทาง
รัมภาก็ไม่ยอม พยายามหาทางกลั่นแกล้งพิไล ต่างๆนานา โดยมี ผกา คอยช่วยเหลือ
เพราะเธอเองก็หวังว่า หาก รัมภาสมหวัง กับไววิทย์ เธอเองก็จะได้สมหวังกับดล
แต่พิไลก็เฝ้าอดทน ด้วยความรักลภักดีต่อไววิทย์
คนที่ช้ำใจก็คือ ป้อง...เขากินเหล้าเมาตกลงไปในน้ำ โชคดีที่ รุ่ง – รุ่งศักดิ์
แต่ตอนกลางคืนเธอมักจะเรียกตัวเองว่า รุ่งมณี กระเทยสาวชื่อดังประจำซอย
กระโดดลงไปช่วยเอาไว้
ที่วัดมีงานประจำปี พิไล พาไววิทย์ไปเที่ยวงานอย่างมีความสุข
ในขณะที่ป้องดื่มเหล้าเมาจัด เข้าไปอาละวาดด่าว่า พิไลอย่างรุนแรง
พิไลร้องไห้ด้วยความเสียใจ ไววิทย์ปลอบใจให้เธอคลายความเศร้า
แล้วคืนนั้น ทั้งคู่ก็ตกเป็นของกันและกัน

ป้อง ได้แต่เฝ้ามองด้วยความช้ำใจ โดยมี รุ่ง อยู่เป็นเคียงข้าง

ก่อนกลับบ้าน ไววิทย์ ได้มอบเงินให้กับพิไล พร้อมกับคำสัญญาว่าจะกลับมาหา
วันแล้ววันเล่า ไววิทย์ก็ไม่มา เมื่อถูกรัมภา ตามประกบแจ
โดยมีคุณลาวัลย์ แม่ของไววิทย์คอยให้ท้าย
เพราะเห็นว่า รัมภาเป็นผู้หญิงที่คู่ควรกับลูกชาย ในขณะที่ไววิทย์ก็เกรงใจแม่
จนเวลาผ่านไปสองเดือน พิไล รู้ตัวว่าตั้งท้อง ก็ตกใจ
แต่เธอไม่รู้ว่าจะไปตามหาไววิทย์ได้ที่ไหน
จนกระทั่งวันหนึ่ง วงดนตรีที่เธอร้องประจำ ได้รับการว่าจ้างให้ไปร้องเพลง
ในงานแต่งงานที่โรงแรมหรู ทันทีที่ได้เห็น เจ้าบ่าว เจ้าสาวปรากฏตัว
เธอก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่า เจ้าบ่าวคือไววิทย์ ส่วนเจ้าสาวคือ
รัมภา เจ้าของตำแหน่งกุลสตรีศรีสยาม ที่มีคุณสมบัติควรคู่ กับเขา

ในเวลานั้น พิไล กลั่นน้ำตาร้องเพลงอวยพรให้คู่บ่าวสาว พอไววิทย์เห็นพิไลเข้าก็ตกใจ
ตรงเข้ามาทัก ด้วยความโกรธ พิไล ปฏิเสธว่าไม่รู้จักเขา ไววิทย์พยายามทบทวนความทรงจำ
ของเธอ แต่พิไล ก็ยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักเขามาก่อน ป้องโกรธจนไม่สามารถระงับอารมณ์ไว้ได้
เขาตรงเข้าไปชกหน้าไววิทย์ และบอกให้เขารู้ว่า เขากำลังมีความสุขกับการแต่งงาน
ในขณะที่ผู้หญิงอีกคน กำลังร้องไห้ เพราะท้องไม่มีพ่อ

ไววิทย์ คิดหนัก ระหว่างผู้หญิงที่สวย รวยและเพียบพร้อมอย่างรัมภา
และ ผู้หญิงที่กำลังจะเป็นแม่ของลูกเขา ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจยกเลิกงานแต่งงานกับ รัมภา
และตรงไปหา พิไลที่บ้าน

คนที่เจ็บปวด และแค้นใจ ก็คือ รัมภา ซึ่งต้องอับอายขายหน้าคนทั้งประเทศ
เพราะต้องกลายเป็นเจ้าสาววิวาห์ล่ม หนำซ้ำยังพ่ายแพ้แก่ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรสู้กับเธอเลย
เพื่อไม่ให้เสียหน้า รัมภาตัดสินใจกลับไปหา ดลอีกครั้ง แต่ปรากฏว่าดลตัดสินใจแต่งงานกับ ผกา
เพื่อนสนิทของเธอ

ไววิทย์ออกจากบ้านไปใช้ชีวิตคู่กับพิไล ทั้งคู่ครองรักกันได้ไม่ถึง 5 ปี
มีพยานรักด้วยกัน 2 คน คือ อุ้ม (อริตา) และ (อั้ม) อัมพิกา ฐานะของทั้งคู่ย่ำแย่
เพราะไววิทย์เป็นเพียงข้าราชการ ในกระทรวง เงินเดือนไม่ได้มากมายนัก
ในช่วงนั้นเอง อุ้ม ลูกสาวคนโตของพวกเขาเกิด
ไม่สบาย ต้องใช้เงินจำนวนมาก เงินทองที่มีอยู่เริ่มร่อยหรอ
พิไล ตัดสินใจไป กลับไปร้องเพลงอีกครั้ง โดยบอกกับไววิทย์ว่าเธอไปทำงาน
เป็นพนักงานบัญชีในร้านอาหาร
ระหว่างที่พิไลไปทำงานกลางคืน ไววิทย์ คอยช่วยดูแลลูกทั้งสอง ความสวยของเธอ
เป็นที่ต้องตาต้องใจผู้ชายมากหน้า รวมทั้ง ดล นักธุรกิจ รูปหล่อ ซึ่งพยายามทุกวิถีทาง
ที่จะเอาชนะใจนักร้องสาว แต่พิไลก็ไม่สนใจใคร แม้เขาจะพยายามทุ่มเท เพื่อให้ได้ครอบครอง
ตัวเธอ แต่ก็ยิ่งทำให้ พิไล หาทางเลี่ยง เพราะไม่อยากใกล้ชิดเขา

ยิ่ง พิไล พยายามหนีห่างเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ ดล อยากที่จะเอาชนะเธอมากขึ้นเท่านั้น
ทั้งที่เขาเองก็มี ผกา เป็นภรรยาอยู่แล้วทั้งคน แต่คนอย่างเขาก็ไม่รู้จักพอ
ผกา รู้ว่าสามีติดพันนักร้องสาวก็ตามมาอาละวาด เพราะคนอย่างเธอ เป็นผู้หญิงประเภท
เสียทองเท่าหัว แต่ไม่ยอมเสียผัวให้ใคร แต่ผกาก็ถูก รุ่ง กระเทยสาวปากจัดช่วยปะทะทำให้เธอ
ต้องล่าถอยกลับไปทุกครั้ง
รัมภา เก็บความแค้นไว้ จนได้โอกาสในวันหนึ่ง เธอจึงใช้เสน่ห์หลอกล่อให้ดล
จัดการกับ พิไล รัมภา มาหาไววิทย์ที่บ้าน และพาไววิทย์ไปดู ที่ทำงานของพิไล
ในจังหวะเดียวกับที่พิไล ถูกดลให้กินยานอนหลับ เขาพาเธอเข้าโรงแรม
ไววิทย์ตกใจ ที่ได้รู้ความจริงว่า พิไล สวมเขาให้
ขณะที่ดลพาพิไลเข้าไปในโรงแรมและใช้กำลังปลุกปล้ำขืนใจเธออย่างเลือดเย็น
พิไล ซมซานออกจากโรงแรม แต่พอกลับไปถึงบ้าน ก็ตกใจเมื่อพบว่า
คุณลาวัลย์ และรัมภา กำลังจะพาไววิทย์และลูกของเธอจากไป
ไววิทย์ตบหน้าพิไลฉาดใหญ่ หาว่าเธอเป็นผู้หญิงแพศยา ไม่รักดี และประกาศเลิกข้องเกี่ยวกับเธอ
และยื่นคำขาดไม่ให้เธอไปหาลูกอีกต่อไป แม้พิไลจะพยายามอ้อนวอน
น้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด เขาก็ไม่ยอมฟัง....รัมภา หัวเราะเยาะพิไล ที่ในที่สุด
เธอก็กลายเป็นผู้ชนะ


พิไล และ รุ่ง ช่วยกัน ยื้อ อุ้ม ลูกสาวคนเล็กไว้ได้ ส่วน อั้ม(อัมพิกา) ลูกสาวคนโต
ถูกพรากไป ทุกคนจากไปแล้ว หัวใจของพิไล แทบจะขาด เธอดื่มเหล้าเมาอย่างหนัก
ก่อนจะเทยานอนหลับใส่มือ หวังจะฆ่าตัวตาย ป้องกลับมาเจอเข้าก็รีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาล
ได้ทันเวลา

พิไลรอดตายกลับมาได้ และเธอก็ได้คิดว่า เธอจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เธอไม่ได้มีตัวคนเดียว
ยังมี อุ้ม ลูกสาวคนโตอยู่เคียงข้าง หลังจากนั้นไม่นาน พิไลก็ตั้งท้องลูกที่เกิดจาก ดล
แม้จะไม่เต็มใจให้เขาเกิดมา แต่เธอก็ใจร้ายฆ่าเขาไม่ลง ป้องเอ่ยปากขอพิไลแต่งงาน
แต่พิไลปฏิเสธ ขออยู่ด้วยกันอย่างเพื่อนที่จะดูแลกันตลอดไป เพราะเธอไม่เหลือหัวใจให้ใครอีกแล้ว

ส่วน ไววิทย์ กลับไปเข้าพิธีแต่งงานกับ รัมภา สมใจคุณลาวัลย์ผู้เป็นแม่....
พิไล คลอดลูกคนที่สามออกมาเป็นชาย เธอตั้งชื่อว่า เดช เพื่อรำลึกถึงตราบาป
ที่ ดล พ่อของเขาได้ทำกับเธอ ... และวันเดียวกันนี้เอง รัมภาก็คลอดลูกสาวออกมา
เธอตั้งชื่อลูกสาวว่า ลันดา
พอ เดช คลอดออกมา พิไลก็แทบไม่สนใจ เดชเป็นเหมือนเสี้ยนตำใจ
เธอทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าเด็กน้อย รุ่ง และ ป้อง สงสารหลานจึงเอาไปเลี้ยงดูให้ด้วยความรัก
ในช่วงนั้น พิไล ต้องวิ่งรอกร้องเพลงหลายที่ เพื่อหาเงินเลี้ยงลูก ป้องยังตาม
รับส่งทุกคืน โดยมี รุ่ง ทำหน้าที่ช่างตัดเสื้อผ้า และคอยช่วยเป็นพี่เลี้ยงลูกทั้งสองของเธอ
แต่พิไลยังแอบไปเฝ้าดู อัมพิกา ซึ่งตอนหลังไววิทย์ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วิภาวี
เพื่อลืมเรื่องราวในอดีต......วันหนึ่ง เธอก็ได้มีโอกาสประจันหน้ากับไววิทย์ และ รัมภา ...
ไววิทย์สั่งห้ามไม่ให้ผู้หญิงแพศยาอย่างเธอมาพบลูกอีกต่อไป ...
ลูกคงไม่ภูมิใจที่มีแม่มีอาชีพนักร้องขณะที่ รัมภา ขู่ว่า
ถ้าพิไลยังขืนมายุ่งกับครอบครัวเธออีก เธอจะเปิดโปงให้หมดเลยว่าพิไล
เคยมีอดีตเหลวแหลกยังไง พิไลต้องยอมจำนนกับชะตากรรม
.....................................................

.ศ. 2515

พิไล ป้อง และรุ่ง ช่วยกันทำไนต์คลับด้วยกัน ไนต์คลับของพิไล
พยายามรักษาเอกลักษณ์ ของสีสันยุค 2500 ไว้อย่างเหนียวแน่น
ทั้งบรรยากาศ การเต้นรำ และดนตรี เป็นไนต์คลับที่เปิดขึ้น
เพื่อรองรับคนที่โหยหาความสวยงามแห่งอดีต
(ไม่ว่าจะเป็น เอลวิส- เพ็ญศรี – ศรีไศล- ดาวใจ -ธานินทร์ -สุเทพ – ชรินทร์ -
สุนทราภรณ์และยังมีโชว์ชื่อดังในอดีตมากมาย เช่นการแสดง ในแบบอินทรดารา และฯลฯ
ซึ่งการแสดงเหล่านี้จะหมุนเวียนสลับกันไปทุกคืน)
ดล สร้างเนื้อสร้างตัว จนกลายเป็นนักธุรกิจ เจ้าของโรงแรมชื่อดัง
ผกา เข้ามาช่วยดูแล กิจการของสามี โดยมี ชรัณ ลูกชายคนเดียว
เป็นกำลังสำคัญช่วยดูแลกิจการในตำแหน่ง ผู้จัดการโรงแรม....และมี กวิน ลูกนอกสมรส
ของดล เป็นคนดูแลไนต์คลับ

กวินอยู่ในบ้านอย่างเก็บกด ถูกผกาด่าว่าและข่มเหงน้ำใจอยู่เสมอ
เพราะ ผกาเห็นเขาเป็นเพียงกาฝากภายในบ้าน กวินจึงอยู่ในบ้านอย่างเจียมตัว
ไววิทย์ มีตำแหน่งเป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวง
รัมภา พยายามสร้างตัวเองให้เป็นนักสังคมสงเคราะห์ชื่อดัง เพื่อหวังตำแหน่งคุณหญิง
โดยมี วดี ทำหน้าที่คนสนิทคอยติดสอยห้อยตาม เบื้องหน้าเธอคือแม่ที่ใจดีของลูกสาวทั้งสองคือ
วิภาวี และ ลันดา แต่เบื้องหลัง เธอคือแม่เลี้ยงใจร้ายที่คอยเสี้ยมสอน วิภาวี
ให้เป็นคนเห็นแก่ตัว ขี้อิจฉาริษยา ดูถูกคน วิภาวี จึงกลายเป็นเด็กสาวที่เอาแต่ใจตัวเอง
ชอบเอาชนะ ในขณะที่ ลันดา กลับเป็นเด็กสาวที่เรียบร้อย และจิตใจดี

วิภาวี รักอยู่กับกวิน แต่เมื่อเธอได้เจอกับชรัณ เธอก็สนใจเขาขึ้นมา
และหาทางสลัดกวินทิ้ง....
................................................

อุ้ม (อริตา) เติบโตขึ้นเป็นสาวสวย เรียนเก่ง และขยันขันแข็ง ภายใต้ความรักของ
พิไล ป้อง และรุ่ง ในขณะที่ เดช กลับเกเร เอาแต่ใจตัว ด้วยปมด้วยที่ติด
อยู่ในใจมาตั้งแต่เด็กมาตลอดว่าแม่ไม่รัก

ในช่วงนั้น ไนต์คลับของพิไล ซึ่งพยายามยึดมั่นสีสันและลีลาการร้องเพลงในแนว
ย้อนยุคเอาไว้อย่างเหนียวแน่น แต่กลับไม่ได้รับความนิยม เพราะผู้คนหันไปฟังเพลงสากล
และเพลงยุคใหม่กันมากขึ้น อุ้มจึงตัดสินใจใช้พรสวรรค์ในการร้องเพลงที่มีอยู่ขึ้นไป
ร้องเพลง น้ำเสียง และลีลาของเธอเป็นที่ชื่นชอบของคนดูเพราะเธอร้องเพลงได้หลากหลาย
นักเที่ยวมาเที่ยวในร้านมากขึ้น แต่พิไลก็ไม่อยากให้ลูกสาวยึดอาชีพนักร้องเหมือนกับเธอ
จึงพยายามให้ลูกสาวเรียนให้สูงที่สุด ซึ่ง อุ้มก็ไม่ทำให้แม่ผิดหวัง เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยชื่อดัง

แต่เธอก็ยังใช้พรสวรรค์ร้องเพลงช่วยแม่ในช่วงเวลากลางคืน

อุ้ม เรียนจบ ก็เริ่มไปหางานกลางวันทำ เธอเข้าไปในลิฟต์ของโรมแรม
จู่ๆ ลิฟต์ ก็หยุดชะงักเธอตกใจ เพราะในลิฟต์มีเพียงเธอกับ ชรัณ เพียงสองคน
อุ้มกลัวที่แคบ เธอจะเป็นลม ชรัณ ช่วยปลอบใจ ให้เธอคลายความกลัว
ทั้งสองต้องติดอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน อุ้มเป็นลม ชรัณ พาเธอไปพักที่ห้องพัก
เธอฟื้นขึ้นมาบนเตียงของเขา
การเจอกันในครั้งนี้ สร้างความรู้สึกดีๆให้เกิดขึ้นในใจของอุ้มอย่างเงียบๆ
เดช สอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ในคณะเดียวกับ ลันดา ทั้งคู่ต่างก็สนิทสนมกัน
เพราะลันดา ได้รับคัดเลือกให้เป็นนักร้องของมหาวิทยาลัย ในขณะที่ เดช เป็นนักดนตรี
ประจำวง วิภาวี รู้ว่า ลันดา สนิทสนมกับเด็กหนุ่ม ที่ไม่ใช่คนดังในแวดวงไฮโซ
ก็เอาไปฟ้องรัมภา และไววิทย์ ลันดา ถูกแม่ทำโทษ และสั่งห้าม ไม่ให้เกี่ยวข้อง
กับเดชอีกต่อไป
……………………………….

ชรัณ เอาเอกสารการสมัครงานที่ลืมไว้ ไปให้อุ้ม ตามที่อยู่
ทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว แต่กลับทำให้วิภาวีไม่พอใจ หาทางขัดขวาง
ผกา ได้ข่าวว่าลูกชาย มาติดพันนักร้องในไนต์คลับ ก็หาทางตัดไฟแต่ต้นลม
โดยแอบไปเจอกับ อุ้ม และขอร้องให้เธอเลิกยุ่งเกี่ยวกับ ชรัณ ลูกชายของเธอ
เพราะเธอไม่อยากได้ลูกสะใภ้เป็นผู้หญิงกลางคืน

ผกา พา ชรัณไปรู้จักกับ ลันดา ลูกสาวคนเล็กของ รัมภา ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอ
ตั้งแต่สมัยเรียน.... แต่ชรัณ เห็น ลันดา เป็นเพียงน้องสาว
ในงานวันเกิดครบ 60 ปี ของคุณลาวัลย์ ... มีการจัดงานใหญ่โต แขกเหรื่อมาร่วมงานมากมาย
ชรัณและกวินมาร่วมงานด้วย เมื่อวิภาวีเห็น ชรัณ พูดคุยกับลันดาอย่างสนิทสนมก็ทำให้เธอไม่พอใจ
จึงแกล้งทำทีเหมือนถูกลันดาผลักให้เธอตกลงไปในสระว่ายน้ำ
ชรัณ กระโดดลงไปช่วย

วิภาวี ได้ใกล้ชิดกับชรัณสมใจและเธอก็หมายหมั้นปั้นมือจะเป็นแฟนกับเขาให้ได้
เขาจึงกลายเป็นชนวนให้ความขัดแย้งระหว่าง วิภาวี และ ลันดารุนแรงขึ้น
ทุกครั้งที่มีปัญหา ลันดา มักจะมาแอบนั่งร้องไห้ที่ใต้ต้นไม้ ในสวนหย่อหน้าบ้าน
แล้วเธอก็ได้พบกับ พิไล ซึ่งแอบเฝ้าดูความเจริญเติบโตของลูกสาวด้วยความชื่นชม
พิไล เห็น ลันดา ร้องไห้ ก็สงสาร และคอยปลอบใจ แต่พอ วิภาวี มาเห็นเข้าก็ด่าว่า
พิไล อย่างสาดเสียเทเสีย

พิไลรู้ว่า วิภาวี เป็นลูกสาวของเธอ ก็อยากจะกอดให้สมรัก แต่ วิภาวีกลับมองเธอ
อย่างรังเกียจ ไม่ยอมให้ถูกเนื้อต้องตัว หนำซ้ำยังออกปากไล่ไปให้พ้นหูพ้นตา
พิไล ได้แต่ร้องไห้ที่ไม่สามารถเปิดเผยความจริงว่าเธอเป็นแม่
วดี แอบมาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างก็เก็บไปรายงานให้รัมภาฟังอย่างละเอียด
รัมภา หัวเราะอย่างสะใจ ไฟที่เธอจุดเชื้อเอาไว้ กำลังเผาผลาญพิไลเข้าแล้วทีละน้อยๆ
...........................................
ผกา รู้ว่า ชรัณคบหากับลูกสาวของผู้หญิงที่เคยเป็นศัตรูหัวใจ ก็ยื่นคำขาดให้ชรัณ
หมั้นกับ ลันดา แต่ชรัณ ปฎิเสธเสียงแข็ง บอกกับแม่ว่าเขามีคนรักอยู่แล้วคืออุ้ม
ทำให้สองแม่ลูกทะเลาะกันอย่างรุนแรง

... ผกา ใช้แผนใหม่ เธอไปหา อุ้มในสภาพแม่ที่รักลูกดั่งดวงใจ ร้องห่ม ร้องไห้
ให้อุ้มเห็นแก่อนาคตของชรัณ
พิไลได้รู้ความจริงว่า ชรัณ เป็นลูกดล ก็สั่งให้อุ้มเลิกคบกับชรัณ
อุ้มทั้งเจ็บปวดและเสียใจ แต่ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจ ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
ด้วยการแต่งตัวยั่วยวน กินเหล้าเมามาย ขึ้นไปร้องเพลง ซ้ำยังเต้นรำกับผู้ชายมากหน้า
ชรัณ มาเห็นเข้าก็โมโห ตรงเข้าไปชกผู้ชายที่อุ้มกำลังเต้นรำด้วย แต่อุ้มกลับออกไล่เขาอย่าง
สาดเสียเทเสีย หนำซ้ำยังบอกกับเขาว่า เธอมีคนรักอยู่แล้ว เขาก็เป็นแค่คนคั่นเวลา
ที่ไม่มีความสำคัญอะไรเลย ชรัณ ระเบิดอารมณ์ใส่อุ้มด้วยความเสียใจแล้วเดินจากไป

พอชรัณเดินจากไปแล้ว อุ้มก็วิ่งหนีขึ้นไปร้องไห้ด้วยความเสียใจที่สุดในชีวิต
ชรัณกลับไปบ้านในสภาพเหมือนคนไม่มีหัวใจ ผกา ให้เขาหมั้นกับ ลันดา
พอวิภาวี รู้เข้า ก็อาละวาดอย่างรุนแรงจนบ้านแทบพัง เพราะเธอหมายหมั้นปั้นมือว่าจะแต่งงานกับเขา
คนที่เดือดร้อนก็คือ ลันดา รัมภา เผลอตบหน้า วิภาวีอย่างแรง เพราะที่สุดแล้ว
เธอก็รักลูกแท้ๆของเธอมากกว่าวิภาวี ร้องไห้ด้วยความเสียใจ เพราะคาดไม่ถึงว่า
แม่ที่รักเธอมาตลอดจะกล้าทำกับเธอรุนแรง ไววิทย์มาเห็นเข้า รัมภาก็ร้องห่มร้องไห้ใหญ่
แสร้งทำเป็นเสียใจในสิ่งที่ทำลงไป

...................................................

วิภาวี อยากจะเอาชนะใจชรัณให้ได้
เธอจึงสมัครเข้าไปทำงานเป็นประชาสัมพันธ์โรงแรมรัตนสยาม
เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับ ชรัณมากขึ้น.... กวิน กลายเป็นอกหัก
เขารัก วิภาวี แต่ไม่อยากเป็นคู่แข่งของน้องชาย ได้แต่เจียมตัว....

วันหนึ่งก็เกิดเหตุร้าย เมื่อผการู้ว่าดลแอบมาหา พิไลก็คนสนิทมาเผาไนต์คลับ
ขณะที่ ป้อง ถูก ดล ขับรถชน ขาขาดกลายเป็นคนพิการ พิไลบุกเข้าไปหาเจ้าของรถ
เพื่อทวงถามความเป็นธรรม
แล้วเธอก็เผชิญหน้ากับดล ... ความแค้นแต่หนหลังย้อนกลับมา ดล ยืนยันว่า
ป้องเป็นฝ่ายผิด แต่เพื่อมนุษยธรรมเขาก็จะยอมจ่ายเป็นค่าเสียหายให้กับพิไล 1 หมื่นบาท
เป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าชีวิตที่น้อยนิด สร้างความโกรธแค้นกับพิไลอย่างรุนแรง
พิไลระเบิดอารมณ์ออกมาบอกว่าดล ทำลายชีวิตของเธอ แล้วยังมาทำลายเพื่อนที่ดีที่สุดของเธออีก
อุ้ม ตามมา เธอได้ฟังทั้งคู่โต้เถียงกัน จึงได้ฟังก็รู้ความจริงว่า ดล นี่เองที่ทำลายชีวิตของแม่
อุ้มตัดสินใจที่จะแก้แค้นคนที่ทำลายชีวิตแม่ของเธอ
แผนการแก้แค้นเริ่มต้นขึ้น
อุ้ม เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นสาวสวย รวยเสน่ห์ และมาสมัครร้องเพลงในไนต์คลับ
ในโรงแรมของ ดล โดยความช่วยเหลือของรุ่ง ที่ตัดชุดสวยให้กับอุ้ม
อุ้มจงใจยั่ว ดล ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ดล ติดกับรับอุ้มเข้ามาเป็นนักร้องคนใหม่
ชรัณ เห็นอุ้มมาเป็นนักร้องในโรงแรม แถมยังสนิทสนมกับพ่อก็ตกใจด้วยความคาดไม่ถึง
ในขณะที่ อุ้มก็ตกใจที่ได้รู้ความจริงว่า ชรัณ เป็นลูกของดล ... ผู้ชายที่ทำลายชีวิตแม่ของเธอ....
ความรักกลายเป็นความแค้น เธอต้องการทำลายครอบครัวของเขา
อุ้ม จงใจยั่วทั้ง ดล กวิน และชรัณ ให้หัวปั่น

ที่นี่เอง อุ้ม ก็ได้พบกับ วิ ซึ่งเข้ามาทำงานอยู่ก่อนแล้วในฐานะประชาสัมพันธ์ของโรงแรม
วิรู้ว่า ชรัณมีใจกับอุ้ม ก็พยายามขัดขวาง สองพี่น้องต่างก็กลายเป็นคู่ปรับกันไม่มีใครยอมใคร
ผกา ภรรยาของดล แม่ของชรัณ รู้ว่าอุ้มมาทำงานในไนต์คลับ ก็ตามมาอาละวาด
แต่ก็ไม่อาจต้านฝีปากของอุ้มได้ ชรัณ สงสารแม่
พยายามกีดกัน ไม่ให้ อุ้ม มีโอกาสใกล้ชิดกับพ่อ....
ขณะที่กวิน กลับสงสัยในพฤติกรรมของอุ้ม พยายามค้นหาความจริง
แต่ยิ่งทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น
ชรัณหันไปควงวิเพื่อประชดอุ้ม อุ้มก็แก้เผ็ด โดยหันไปสนิทสนม กับ กวิน
สงครามแค้นและสงครามรักระหว่างสองสาวรุนแรงขึ้น งานนี้ ไม่มีใครยอมใคร

ขณะที่เดช เข้าไปทำงานในบ่อนของดล เพื่อหาเงินช่วยแม่
เดช มีเงินใช้มากขึ้น ทำให้เขาได้มีโอกาสพบกับ ลันดาบ่อยครั้ง
วิรู้ว่า น้องสาวลักลอบไปพบผู้ชายที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ก็ไปฟ้องพ่อ กับแม่
ไววิทย์ รู้ว่า ลันดา สนิทสนมกับเดช ก็กลัวว่าพี่น้องจะรักกันเองก็พยายามขัดขวาง
เขาปิดประตูขัง ลันดา เอาไว้ และบังคับให้ลันดา แต่งงานกับชรัณ
....วิภาวี ซึ่งอยากได้ชรัณเป็นของตัวเอง ก็แอบวางแผนให้ลันดาหนีไป

เมื่อคู่หมั้นหาย ในขณะที่งานหมั้นถูกจัดเตรียมไว้แล้ว
ไววิทย์ จึงให้วิภาวีหมั้นกับชรัณแทน
งานหมั้นจัดขึ้นอย่างใหญ่โต
อุ้ม ตัดสินใจควง ดล มาร่วมแสดงความยินดีกับ วิภาวี เพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่า
เธอสำคัญมากกว่า ผกา ภรรยาของเขา พิไลเห็นอุ้มเต้นรำกับ ดล ผู้ชายที่ทำลายเธอ
ก็โกรธจัด ตบหน้าลูกสาว หาว่า อุ้มไม่รักดี อุ้มวิ่งหนีออกไปจากงาน
พิไล กลับมาถึงบ้าน ก็ด่าว่าลูกสาวอย่างรุนแรง รุ่ง บอกความจริงว่า
ที่อุ้มทำไป เพราะรักแม่ อยากจะแก้แค้นแทนแม่ พิไลเข้าไปขอโทษลูกสาว
สองแม่ลูกกอดกันแน่น อุ้มบอกกับแม่ว่า เธอทนเห็นแม่เจ็บมามากแล้ว
เธอจะต้องให้บทเรียนกับพวกเขาอย่างสาสม
พิไลพยายามห้ามลูกสาวไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับดล แต่อุ้มบอกว่า
เธอมาไกลเกินไปแล้ว และแผนการของเธอก็กำลังจะได้ผล

พิไล ทุกข์ใจอย่างหนัก เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี
วิภาวี ก็กำลังจะแต่งงานกับชรัณ ลูกชายของดลผู้ชายที่ทำลายเธอ ....
อุ้ม ต้องเจ็บปวดเพราะความรัก เพราะไฟแค้นที่กรุ่นอยู่ในใจ ในขณะที่ เดช
ก็หนีไปจากบ้าน ไม่รู้ชะตากรรม .... รุ่งคอยปลอบใจเพื่อนให้ค่อยๆคิด
ค่อยๆหาทางแก้ไข

ป้อง ตัดสินใจไปเผชิญหน้ากับ ดล เพื่อขอร้องให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับอุ้ม
แต่ยิ่งห้ามเหมือนวิ่งยุ ดล ไม่ยอมเลิกรา ซ้ำยังประกาศว่าเขากับอุ้มรักกัน
ไม่มีใครขัดขวางได้

รัมภา หึงหวงอุ้ม เพราะเธอเอง ยังแอบพบปะกับดลอยู่เสมอ
และได้รับความช่วยเหลือเรื่องเงินบ่อยครั้ง เธอพยายามหาทางขัดขวาง
และหาทางทำลายอุ้ม ทุกวิถีทาง และยังเสี้ยมสอนและยืมมือให้วิภาวี และอุ้ม เข่นฆ่ากันเอง

วิภาวี แกล้งทำดีกับอุ้ม หลอกพาอุ้มขึ้นรถไปด้วยกันเกิดการถกเถียงกันอย่างรุนแรง
รถพลิกคว่ำ อุ้มอาการสาหัส ... วิภาวี ความจำเสื่อม กลายเป็นคนเรียบร้อย....
คุณลาวัลย์เสียชีวิต เมื่อไม่มีคุณย่า วิภาวี ยิ่งถูกรัมภารังแกหนัก
เพราะโกรธที่พิไลกลับมาเกี่ยวข้องกับไววิทย์
ขณะเดียวกัน รัมภาก็แค้นที่อุ้มแย่งดลไปจากเธอ

วิภาวี เข้าไปทำความสะอาดในห้องพ่อ และพบภาพถ่ายพ่อแม่ลูก เธอสงสัย
เอารูปถ่ายไปให้ชรัณดู .... ชรัณเห็นรูปถ่ายพิไล ก็จำได้ พาวิภาวีไปหาพิไล....
พิไลปฏิเสธว่าไม่ใช่ผู้หญิงในรูป แต่เมื่อวิภาวีจากไป แล้ว เธอก็ปิดห้องร้องไห้
ป้อง และรุ่งคอยปลอบใจ
................................................

ในเวลานั้น ดล ต้องการรวบหัวรวบหางอุ้ม จึงให้ เดชช่วยหลอกล่อพี่สาวออกมา
พร้อมกับทวงบุญคุณที่เขาช่วยเหลือเดช เอาไว้ และยังให้เงินค่าจ้างอย่างงาม เดชลำบากใจ
อย่างหนัก ระหว่างพี่สาวที่คลานตามกันมา กับ นายจ้างที่มีบุญคุณกับเขา ในที่สุดเขาก็ปฏิเสธ
แต่ดล ก็ใช้ปืนจี้ให้ให้เขานัดอุ้มออกมาพบ

อุ้ม ออกมาหาน้องชายด้วยความเป็นห่วง แล้วเธอก็ถูกจับตัวไป เดชหาทางช่วยอุ้มออกมาได้ ก่อนที่ดลจะทำลายเธอ
ดล สั่งให้คนไปตามฆ่า เดช ที่หักหลังเขา....เดช ต้องหนีหัวซุกหัวซุน
อุ้ม รู้ว่าดลเป็นตัวการ ก็ตัดสินใจใช้ไม้ตายบอกกับดลว่า
ถ้าอยากได้ครอบครองตัวเธอ ต้องหย่ากับผกาก่อนแล้วเธอถึงจะยอมเป็นของเขา
ดลซึ่งกำลังหน้ามืด พลั้งปากขออย่าจากผกา ผกากรีดร้องเส้นเลือดในสมองแตก
ดลจับตัวอุ้มไป เดช กวิน ตามไปช่วย
ป้องพาตำรวจมา ดลเห็นจวนตัว จับเดชเป็นตัวประกัน
ชรัณพาอุ้มหนีไปได้ ทั้งคู่ต่างเข้าใจกัน

ดล ต้องการหนีออกนอกประเทศ ให้รัมภา เอารหัสตู้เซฟจากผกา
แล้วเอาเงินมาให้เขา ไววิทย์ได้ยิน จึงนำพิไล ป้อง ลันดา อุ้ม กวิน และชรัณตามไปช่วยเดช
ดลจะยิงป้อง เดชเข้าไปขวางถูกดลยิง พิไลเปิดเผยว่าดลเป็นพ่อของเดช
เดชเสียชีวิตในอ้อมกอดของแม่ และลันดา ผู้หญิงที่เขารัก

วิภาวี รู้ว่ารัมภาเป็นชู้กับดล และยังฆ่าลาวัลย์ แม่ไววิทย์
รัมภาโกรธจะฆ่าปิดปากวิภาวี วิภาวีรอดมาได้ เธอไปหากวิน และรู้ว่า ชรัณกับอุ้ม
เข้าใจกันแล้ว เธอโกรธจัดจะทำร้ายอุ้ม พิไลเข้าไปขวาง ก็ถูกวิภาวีทำร้าย ป้องทนไม่ไหวเปิดเผยว่า
พิไลเป็นแม่แท้ๆ วิภาวีร้องไห้เสียใจอย่างหนัก และวิ่งหนีไป เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
เธอทำร้ายจิตใจแม่แท้ๆ มาโดยตลอด ที่สำคัญ เธอยังร้ายกาจกับพี่สาวแท้ๆของเธออีกด้วย

รัมภา ได้โอกาสเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงว่า ที่ผ่านมา เธอไม่เคยรักวิภาวีเลย
ที่เธอทำทุกอย่างก็เพื่อแก้แค้นพิไล ผู้หญิงที่เป็นเสี้ยนหนามตำใจเธอมาตลอดระยะเวลา 20 ปี
ไววิทย์ได้ยินทุกอย่าง เขาเดินจากไปนั่งซึมอยู่ในห้อง ด้วยความสำนึกผิด

ดล ถูกตำรวจจับเรื่องบ่อน ก่อนจะถูกนำตัวเข้าห้องขัง เขาสำนึกผิด
สารภาพกับไววิทย์ว่า พิไล ไม่ได้นอกใจไววิทย์ เขาผิดเอง ที่บังคับขืนใจเธอในคืนนั้น
และเขาก็ได้รับโทษอย่างสาสมแล้ว


ขณะเดียวกับที่อุ้มรู้ว่า วิภาวี น้องสาวตั้งท้อง เธอจะตัดสินเลือกใคร ระหว่าง ชรัณ ชายคนที่เธอรักสุดหัวใจ
กับพี่สาวที่กำลังตั้งท้องกับกวิน (แต่อุ้มเข้าใจว่าพ่อของเด็กคือชรัณ) ความรัก ความแค้นที่มี จะทำให้ความรักของเค้าลงเอยหรือไม่
จุดจบของรัมภาและวดีจะเป็นเช่นไหร่ วิภาวีจะกลับตัวได้หรือไม่ พิไลจะคืนดีกับไววิทย์หรือไม่
ยังไงต้องคอยติดตาม....


ใครที่รออ่านไม่ไหว ซื้อหนังสืออ่านก่อนก้อได้น่ะ วางจำหน่ายแล้วจ้า..


กรุงเทพฯราตรี ฉบับนวนิยาย ตอนที่ 1 , ตอนที่ 2

กรุงเทพฯราตรี ฉบับนิยาย ตอนที่ 3

กรุงเทพฯราตรี ฉบับนิยาย ตอนที่ 4 -8


รูปโฬมที่หาดจ้าวหลาว

รูปโฬมกะเจนี่ เบื้องหลังกองถ่ายหาดจ้าวหลาว

ซ้อมบท เจนี่กะพี่นกฉัตรชัย เจนี่เดี่ยว ๆ

งานวันปิดกล้อง

ส่งแล้วตามคำขอคร่า รอรับนะคร่า

1.ROMEMANIA RA 835351106 TH
2.wishbone RA 835351110 TH
3. money_jan RA 835351083 TH
4. medsray RA 835351066 TH
5. Riko RD 835351070 TH
6.aeyple RA 835351097 TH




ChOb!ts
เอ้าโฬมเล่นกับเจนี่หรอ เรานึกว่าน๊อตเล่นซะอีก
jazzwu
QUOTE(ChOb!ts @ Aug 10 2007, 10:57 AM)
เอ้าโฬมเล่นกับเจนี่หรอ เรานึกว่าน๊อตเล่นซะอีก
*



ใช่แล้วค่ะ ....
ส่วนน๊อตคู่กะจอย ริลลณี ค่ะ
sarapad
ละครพี่เจนี่ อีกแล้ว รอดูๆ
Riko

น๊อต ก็เล่นค่ะ แต่ไม่รู้คู่ใคร เพราะเรื่องนี้มี จ๊ะ กะ จอย ริลณี เล่นด้วย

เรื่องนี้ไม่ได้ฉาย 17กันยา แล้วนะค่ะ เห็นว่าเลื่อนไป เอาเรื่อง มาเฟียที่รัก มาฉายแทนมั้ง

เค้ากลัว เจนี่กะโฬม จะหน้าช้ำค่ะ ไปอ่านข่าวมาอีกที
jazzwu
QUOTE(Riko @ Aug 11 2007, 11:56 PM)
น๊อต ก็เล่นค่ะ แต่ไม่รู้คู่ใคร เพราะเรื่องนี้มี จ๊ะ กะ จอย ริลณี เล่นด้วย

เรื่องนี้ไม่ได้ฉาย 17กันยา แล้วนะค่ะ เห็นว่าเลื่อนไป เอาเรื่อง มาเฟียที่รัก มาฉายแทนมั้ง

เค้ากลัว เจนี่กะโฬม จะหน้าช้ำค่ะ ไปอ่านข่าวมาอีกที

*




OnAir 17 ก.ย. เหมือนเดิมค่ะ
jazzwu
ถ่ายทำไปเกินครึ่งแล้วค่ะ
อีกไม่นานเกินรอ...คงได้ชมกัน.
.
emotion_073.gif emotion_107.gif
ROMEMANIA
รอดูโฬมจ้า emotion_087.gif
por_pete
อยากอ่านเรื่องต่อค่ะ กำลังสนุกเลย จะรอนะค่ะ
jazzwu
QUOTE(por_pete @ Aug 20 2007, 11:38 AM)
อยากอ่านเรื่องต่อค่ะ กำลังสนุกเลย จะรอนะค่ะ
*




หมายถึงฉบับนิยาย...หรือเปล่าค่ะ
ขอเวลาอีกนิดนึง จะเอาตอน 2 มาอัพค่ะ....
Riko

รับทราบแล้วนะค่ะว่า ฉาย 17กันยายน ดีใจมากๆค่ะ

เพราะอ่านเนื้อเรื่องที่คุณเจ้าของกระทู้โพสอ่ะค่ะ

มันส์มากๆเลย รอดูแน่นอนค่า .. ขอบคุณมากค่ะ h7.gif
jazzwu
QUOTE(Riko @ Aug 22 2007, 12:15 AM)
รับทราบแล้วนะค่ะว่า ฉาย 17กันยายน ดีใจมากๆค่ะ

เพราะอ่านเนื้อเรื่องที่คุณเจ้าของกระทู้โพสอ่ะค่ะ

มันส์มากๆเลย รอดูแน่นอนค่า .. ขอบคุณมากค่ะ h7.gif

*




ขอบคุณ.. สำหรับคำติชม....
คนเขียนบทได้ยิน...คงจะดีใจมากค่ะ
jazzwu
ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อความ นิยาย กรุงเทพฯ ราตรี
ไปโพสต์หรืออะไรก็แล้วแต่

หนังสือจะวางแผงเร็ว ๆ นี้



กรุงเทพฯราตรี ฉบับนิยาย Credit: รัตน์บุตร



ตอน 1

กรุงเทพมหานคร ... พ.ศ. 2490
ณ เวทีกลางแจ้ง หน้าสมาคมกุลสตรีศรีสยาม

เมื่อบทเพลงที่เป็นสัญลักษณ์ของการประกวดดังขึ้น บรรดาสาวงามต่างเยื้องย่างออกมาประชันโฉมกันบนเวทีที่ถูกออกแบบและตกแต่งอย่างสวยงาม

มุมบนสุดของเวทีจัดแสดงมงกุฎรางวัลอันล้ำค่า ดึงดูดสายตาของผู้ชมหลายร้อยคน ที่มาร่วมชมการประกวดเพื่อเฟ้นหาสาวงามที่ควรคู่กับตำแหน่งกุลสตรีศรีสยามประจำปี เสียงฮือฮาดังขึ้น ทุกสายตาของผู้ชมและคณะกรรมการ ต่างหันไปจับจ้องหญิงสาวร่างระหงในชุดผ้าไหมสีทอง ที่กำลังเดินออกมาเป็นคนล่าสุด ...เธอชื่อพิไล ไชยะวงศ์ หญิงสาวลูกกำพร้าที่เริ่มก้าวเข้าสู่เวทีการประกวดในฐานะม้านอกสายตาที่ไม่มีใครรู้จ
ักและไม่มีสปอนเซอร์รายใดให้การสนับสนุน แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนถึงรอบสุดท้าย ความงดงามของหน้าตา เรือนร่างที่ได้สัดส่วน รวมทั้งกิริยามารยาทที่นิ่มนวลได้ทำให้เธอกลายเป็นตัวเก็ง ที่จะได้ครองตำแหน่งสูงสุด เมื่อเวลาสำคัญงวดเข้ามาทุกทีหญิงสาวโปรยยิ้มไปรอบๆเพื่อเรียกคะแนนจากคณะกรรมการ
ด้านข้างเวที ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ผิวเข้ม หน้าตาคมสัน เดินเข้ามามองเธออย่างแปลกใจ ... ภาพนักร้องสาวที่กำลังร้องเพลงด้วยน้ำเสียงไพเราะผ่านเข้ามาในความคิดของเขา แม้จะไม่เคยได้พูดจากัน แต่เขาก็มั่นใจว่าเธอผู้นั้น กับหญิงสาวสวยที่กำลังเยื้องกลายอยู่บนเวทีเป็นคนเดียวกัน การเดินในรอบสิบคนสุดท้ายสิ้นสุดลง เขาจึงปรี่เข้าไปหาเธอที่หลังเวทีพร้อมกับเอ่ยทักอย่างคุ้นเคย “ไม่น่าเชื่อว่าเราจะมาเจอกันที่นี่ได้” สาวสวยซึ่งกำลังง่วนอยู่กับชุดไทยสีทองระยับ หันกลับมานิ่วหน้ามองเขาด้วยความแปลกใจ
“ เรารู้จักกันด้วยเหรอคะ”
“ ผมรู้จักคุณแน่ ถ้าคุณคือ พิไล ไชยะวงศ์ นักร้องสาวดาวเด่นประจำกินรี ไนต์คลับ”
คนฟังถึงกับหน้าถอดสี ดลเหยียดยิ้มก่อนจะถามต่อว่า
“ ทำไมถึงดิ้นรนออกมาประกวดนางงามล่ะครับ...หรือว่าอยากจะเพิ่มค่าตัว”
น้ำเสียงดูแคลนของเขาทำให้หญิงสาวเขม้นตามองอย่างไม่พอใจ
“ ขอโทษนะคะ...ผู้หญิงไม่ได้มีค่าตัวกันทุกคน...”
เธอทำท่าจะเดินเลี่ยงไป แต่ชายหนุ่มกลับฉุดแขนเธอเอาไว้อย่างแน่นหนา
“แต่ผู้หญิงกลางคืนอย่างคุณมีค่าตัวทั้งนั้นแหละ...แล้วแต่ว่า ใครจะโก่งขึ้นไปได้แค่ไหน...
ผมก็เห็นซื้อได้ทุกคน” “แต่ไม่ใช่ฉันแน่...ถึงฉันจะเป็นแค่นักร้องไนต์คลับ แต่คนอย่างฉันก็ไม่ยอมขายศักดิ์ศรีให้ใครเหยียบย่ำหรอกค่ะโดยเฉพาะผู้ชายปากพล่อยอย่

างคุณ”
พิไลสะบัดมือออก ก่อนเดินเลี่ยงไปอย่างไม่ใยดี ชายหนุ่มทำท่าจะตามไปเอาเรื่อง แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อหญิงสาวสองคนเดินเข้ามา
“ แม่นั่นน่ะเหรอคะดล เป็นนักร้องไนต์คลับ”
รัมภา หนึ่งในสาวงามที่เข้าร่วมประกวดเอ่ยถามขึ้นก่อน เธอเป็นคนสวย
จัด รูปร่างดี มีพ่อเป็นถึงนักการเมืองชื่อดัง แถมยังเรียนจบมาจากเมืองนอกเมืองนา จึงเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มทั่วไป
ดล เป็นหนึ่งในนั้น ทั้งๆที่เขาเองก็มี ผกา เป็นคนรักอยู่แล้วทั้งคน
“ ใช่ครับคุณรัมภา ผมเห็นเขาร้องเพลงที่กินรีไนต์คลับมานานแล้ว...แต่ไม่เคยคุยด้วยซักที ...
ไม่คิดว่าเขาจะอวดดีถึงขนาดนี้...”
“เขาคงมีดีจะอวดล่ะค่ะ...ไม่อย่างงั้นคงไม่กล้ามาประกวดนางงามหรอก”
หญิงสาวตวัดสายตากลมโตมองหน้าเขาอย่างเย้ายวล
“ ขอบคุณมากนะคะ ดล ที่มาบอก คุณทำดีมากเลยค่ะ แล้วภาจะตบรางวัลให้อย่างงาม”
พูดจบหญิงสาวก็เดินเลี่ยงไป ปล่อยให้ดลกับผกาหันไปมองหน้ากันด้วยความสงสัย
.......................
รัมภาเดินตรงเข้าไปนั่งข้างๆพิไล ปลายตามองคู่แข่งอย่างเหยียดหยาม
ก่อนที่จะจงใจถามด้วยเสียงอันดัง จนผู้เข้าร่วมประกวด และคณะกรรมการที่เดินเข้ามานั่ง
พักระหว่างรอการประกวดในรอบต่อไปได้ยินกันทั่ว
“เธอคงดีใจสินะ ที่ได้เข้ารอบห้าคนสุดท้าย”
คนถูกถาม ยังไม่รู้ความนัย หันไปยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร
“ค่ะ ดิฉันเองก็คิดไม่ถึงว่าจะเข้ามาถึงรอบนี้ได้”
รัมภาหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“แต่ถ้าคณะกรรมการรู้ว่าเธอทำงานอะไร เขาคงไม่กล้าให้ตำแหน่งกุลสตรีศรีสยามกับเธอหรอกมั้ง
มันน่าอายน่ะ ถ้าชาวบ้านรู้กันว่า เจ้าของตำแหน่งเป็นแค่นักร้องไนต์คลับ หากินกลางคืน... ”
ทุกสายตาต่างก็หันไปมองพิไลเป็นตาเดียว สายตาที่มองมาอย่างดูแคลน
ทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาทั้งใบหน้า หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด
ก่อนจะยอมรับออกมา
“ ใช่ค่ะ ดิฉันหารายได้พิเศษด้วยการร้องเพลงที่กินรีไนต์คลับ....”
เสียงครางฮือดังขึ้น จน “รุ่ง” สาวประเภทสองเพื่อนสนิทที่มาทำหน้าที่พี่เลี้ยงของเธอ
ถึงกับยกมือทาบอกด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าน้องสาวร่วมโลกที่เธอรักไม่ต่างไปจากน้องแท้ๆจะกล้ายอมรับความจริง โดยไม่เกรงว่า ความฝันที่ได้ครองมงกุฎความงามจะล่องลอยออกไป
หากพิไลยังคงพูดต่อ อย่างไม่สะทกสะท้าน
“ แต่ถึงดิฉันจะเป็นนักร้องไนต์คลับ แต่ดิฉันก็ไม่ได้ขายตัวแลกเศษเงินของใคร
ดิฉันขายความสามารถที่ดิฉันมีอยู่ ถึงมันจะดูต่ำต้อยด้อยค่า
แต่ดิฉันก็ภูมิใจที่ได้ใช้ความสามารถหาเลี้ยงตัวเอง”
ขณะที่พิธีกรและเพื่อนนางงามยังตกตะลึงอยู่นั้น
รัมภากลับเป็นผู้ที่คุมสถานการณ์ไว้ได้ เธอแย้งขึ้นมาทันที
“ แต่เรากำลังประกวด กุลสตรีศรีสยามกันไม่ใช่เหรอคะ...ถ้าผู้หญิงกลางคืน
ได้รับการยกย่องเชิดชูให้เป็นกุลสตรี ต่อไป ผู้หญิงดีๆที่ไหนจะกล้าเข้ามาประกวดล่ะค่ะ”
บรรดาผู้เข้าร่วมประกวด และพี่เลี้ยงต่างหันไปวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปาก
พิไลรู้สึกชาไปทั้งใบหน้า
ที่นี่ไม่มีใครยอมรับผู้หญิงกลางคืนอย่างเธอ ....ทั้งที่เธอพยายามรักษาคุณค่า
และเกียรติยศของความเป็นผู้หญิงที่ดีมาโดยตลอด ....
หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นน้ำตาที่กลั่นออกมาจากความน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตของตนเอง

อย่างสุดกลั้น ขณะหันหลังเดินออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
และคนที่ได้รับรางวัลตำแหน่ง “กุลสตรีศรีสยาม” ประจำปีก็คือรัมภา สาวไฮโซชื่อดัง
.........................

หลังการประกวด “กุลสตรีศรีสยาม” จบสิ้นลง พิไลก็กลับมาทำงานเป็นนักร้องในไนต์คลับตามเดิม แต่งานของเธอไม่ราบรื่นนัก เมื่อ ดลยังตามมาราวีเธอถึงที่
“ คุณคงโกรธผมมาก ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนเมื่อทั้งคู่เผชิญหน้ากัน
“เปล่าเลยค่ะ...ดิฉันไม่ได้โกรธ เพียงแต่ดิฉันไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องรู้จักคุณ”
“แต่ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะบอกคุณรัมภานะครับ ผมเองก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะเอาไปพูดให้คุณเสียหาย”
”คุณจะแก้ตัวยังไง มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรๆมันดีขึ้นหรอกค่ะ ยังไงดิฉันก็ตกเวทีมาแล้ว ..
.หมดธุระของคุณแล้วใช่ไหมคะ...หวังว่า เราคงไม่ต้องเจอกันอีก”
หญิงสาวทำท่าจะเดินหนี แต่อีกฝ่ายกลับฉุดมือเธอไว้
ทำให้เธอลืมตัวผลักเขาออกไปอย่างแรง จนร่างสูงใหญ่ของเขาเซถลาไปชนโต๊ะล้มลง
เสียงโครมครามทำให้แขกในร้านหันมามองเขาเป็นตาเดียว
ชายหนุ่มตั้งหลักได้ หันไปชี้หน้าเธออย่างไม่พอใจ
“เธอกล้าดียังไงมาทำอย่างงี้กับฉัน...กะอีแค่นางงามตกรอบมันทำให้เธอลืมตัวไปได้เชียวเหรอ...
อย่าลืมสิ เธอเป็นนักร้อง…มีหน้าที่ให้ความสุขกับผู้ชายที่มาเที่ยวอย่างฉัน”
ชายหนุ่มหันไปต่อว่าด้วยความโกรธ ผู้จัดการร้านวิ่งเข้ามาเห็นเหตุการณ์
ได้แต่ยืนตะลึง ทำอะไรไม่ถูก พิไลหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ตอบรับด้วยน้ำเสียงห้วนจัด
“ใช่ค่ะ ดิฉันเป็นนักร้อง เป็นผู้หญิงกลางคืนที่ผู้ชายอย่างคุณมองไม่เห็นคุณค่า
แต่ดิฉันก็ยังมีอิสระที่จะหวงตัวไว้ให้คนที่ดิฉันพอใจ...แต่ผู้ชายอย่างคุณ...
ดิฉันรังเกียจแม้จะถูกตัวดิฉันแค่เพียงปลายก้อย...ขอโทษนะคะ”
พูดจบเธอก็สะบัดหน้าเดินออกไป
ผู้จัดการร้านปรี่เข้าไปประคองแขกคนสำคัญให้ลุกขึ้น
“ไม่ต้อง”
ชายหนุ่มตวาดใส่เสียงดัง ขณะมองตามนักร้องสาวที่ฝากรอยแค้นไว้ด้วยสายตาแข็งกร้าว
ไม่เคยมีใครกล้าว่าเขารุนแรงถึงขนาดนี้

พิไลออกจากไนต์คลับด้วยความหนักใจ เพราะรู้ดีว่าเสือผู้หญิงอย่างดลไม่มีทางที่จะ
รามือไปจากเธอง่ายๆ เมื่อเธอเล่าเรื่องให้ ป้อง เพื่อนชายคนสนิทฟัง ชายหนุ่มถึงกับฮึดฮัด
ด้วยความไม่พอใจ
ป้อง เป็นชายหนุ่มร่างเล็ก ผมสั้นเกรียน แต่งตัวมอซอ
ผิวคล้ำเพราะต้องขับสามล้อเครื่องรับส่งผู้โดยสารในตอนกลางวัน
ส่วนกลางคืนเขาจะรับส่งพิไลคนเดียวเท่านั้น

ป้อง กับพิไล เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ตอนที่อยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
ทั้งสองคน คบหากันมาจนโต จึงย้ายออกมาต่อสู้ชีวิตด้วยตัวเอง โดยเช่าห้องอยู่กับ
รุ่ง สาวประเภทสองที่ยึดอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าให้กับลูกค้าในละแวกนั้น
ระหว่างทางกลับบ้านนั้นเอง ป้องก็ต้องเบรกรถกะทันหัน
เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งวิ่งตัดหน้าสามล้อเครื่องของเขาในระยะกระชั้นชิด
ร่างของชายคนนั้นชุ่มโชกไปด้วยเลือด
วินาทีต่อมา วัยรุ่นสองคนก็วิ่งเข้ามารุมทำร้ายเขา ป้องกระโดดลงจากรถปรี่เข้าเข้าใส่ด้วยลีลา
แม่ไม้มวยไทยที่เชี่ยวชาญจนวัยรุ่นทั้งสองต้องล่าถอยไปไม่เป็นท่า
“แน่จริงกลับมาสิวะ โธ่เอ๊ย...ไม่รู้จักป้องศักดิ์ ศิษย์วัดเขมาซะแล้ว”
ชายหนุ่มร้องตามด้วยความสะใจ
ในขณะที่พิไลลงจากรถเข้าไปประคองชายแปลกหน้า ป้องหันมาร้องถามเสียงดัง
“ตายหรือยัง”
หญิงสาวเอามืออังที่จมูกคนเจ็บเพื่อตรวจดูลมหายใจของเขา
“ยังไม่ตาย...แต่ก็คงเจ็บหนักเหมือนกัน... คุณ คุณคะ”
เธอเขย่าตัวเขาเบาๆ ชายแปลกหน้าค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง
แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากปากของเขา
พิไลหันไปมองหน้าเพื่อนชายเป็นเชิงขอความเห็น
หากอีกฝ่ายปฏิเสธทันควัน
“ ทิ้งไว้ตรงนี้เถอะ...เกิดเป็นพวกโจรห้าร้อย เราจะซวยเอานา”
“ท่าทางเขาไม่ใช่คนร้ายหรอกป้อง...พิไลว่า เราพาเขาไปที่บ้านเราก่อนดีกว่า”
สายตาเว้าวอนของเพื่อนสาวที่เขาแอบรักมานานนับสิบปี ทำให้ป้องลังเล
ในที่สุด เขาก็ยอมหามคนเจ็บขึ้นรถกลับไปที่บ้านเช่าซอมซ่อ


ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นในเช้าวันต่อมา เขากวาดตามองไปรอบๆตัวด้วยสายตางุนงง
“ที่นี่ที่ไหน”
น้ำเสียงแห้งผากของเขา ทำให้พิไลที่กำลังง่วนอยู่ในครัว หันมามองเขา
ด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนจะสาวเท้าเข้ามานั่งข้างๆเขา
“บ้านดิฉันเองค่ะ...ดิฉันกับเพื่อนช่วยคุณจากพวกผู้ร้าย
แต่ไม่รู้ว่าจะพาคุณไปส่งที่ไหน
ก็เลยพามาที่นี่...”
ชายหนุ่มดันตัวลุกขึ้นนั่ง มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาอ่อนโยน
“ ขอบคุณมากนะครับ ถ้าไม่ได้คุณผมคงแย่... พวกมันปล้น เอาเงินผมไปจนหมดตัว”
“ เงินทองของนอกกาย คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะค่ะ ถือว่าฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกัน
หิวหรือยังคะ”
ชายหนุ่มยิ้มออกมาได้ สายตาที่สว่างไสวของเขาทำให้ผิวหน้าของพิไลแดงเรื่อขึ้นมา
จนต้องหลบสายตาคมกล้าของเขา เสเดินไปตักข้าวต้มที่กำลังร้อนกรุ่นอยู่ในเตา

“ คุณช่างมีน้ำใจกับผมเหลือเกิน”
ชายหนุ่มบอกเมื่อเจ้าของบ้านยกชามข้าวต้มมาวางตรงหน้า
“ดิฉันทนดูคนถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาไม่ได้หรอกค่ะ ทานข้าวต้มก่อนนะคะ
กำลังร้อนๆเลย”
หญิงสาวใช้ช้อนตักข้าวต้มให้ ชายหนุ่มมองเธออย่างซาบซึ้ง
จนหญิงสาวต้องก้มซุกใบหน้าแดงเรื่อไว้อย่างขวยเขิน ก่อนจะมีใครพูดอะไรออกมา
รุ่งก็โผล่เข้ามาขัดจังหวะ
“ พี่รุ่ง... ไปไหนมา ”
ผู้อ่อนวัยกว่าเอ่ยทักแก้เขิน อีกฝ่ายยิ้มอย่างรู้ทัน
“ไปจ่ายตลาดน่ะสิ...ทำไม ได้สบตากับคนหล่อ โลกมันถึงกับหยุดหมุนไปเลยหรือไงยะแม่คุ้น
ว่าแต่...สุดหล่อล่ะคะ เป็นใคร มาจากไหน ชื่อเรียงเสียงไร”
“ไววิทย์ครับ”
ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงสดใส ทำให้คนฟังยิ้มแก้มแทบปริ
“ไววิทย์... อุ๊ย รูปก็งาม นามก็เพราะ ...หน้าตาหล่อๆอย่างงี้ มีเมียหรือยังคะ”
“บ้าน่าพี่รุ่ง ไปถามเขาอย่างงั้นได้ไง…เสียมารยาท”
พิไลท้วง แต่กลับหันไปสบตากับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเก้อเขิน

คืนนั้น พิไลขึ้นไปร้องเพลงบนเวทีด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไปจากทุกวัน
จนแขกในร้านต่างก็แปลกใจ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสดใส
ใบหน้าที่สวยงามอยู่แล้วกลับผ่องใสมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา
สภาพร่างกายที่ยังไม่แข็งแรง ทำให้ไววิทย์ต้องพักรักษาที่บ้านเช่าของหญิงสาวแปลกหน้าหลายวัน ยิ่งได้ใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้หัวใจของเธอหวั่นไหวมากขึ้นเท่านั้น
เขาเป็นเหมือนชายในฝันที่เธอเฝ้ารอ
แต่คนที่เฝ้ามองด้วยความเจ็บปวดก็คือป้อง
วันหนึ่ง ความอัดอั้นก็ถูกระบายออกมา เมื่อเขากลับมาที่บ้านและเห็นไววิทย์กำลังยืนกุมมือผู้หญิงที่เขารักอย่างสนิทสนม เขาปรี่เข้าไปผลักอกชายหนุ่มล้มลงไปอย่างแรง
พิไลพุ่งเข้าไปประคองคนเจ็บเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง ยิ่งทำให้ป้องไม่พอใจหนักขึ้น
“....มันเป็นญาติพี่น้องของเธอหรือไง”
ชายหนุ่มหันไปต่อว่าเพื่อนสาวอย่างไม่ไว้หน้า
“เขาไม่ใช่ญาติของพิไลหรอกนะป้อง แต่พิไลก็ไม่อยากเห็นเขาถูกทำร้าย
ทั้งที่เขาไม่มีความผิดอะไร”
“ผิดสิ...ผิดที่มันมาทำให้เธอเปลี่ยนใจไปจากฉัน”
“เราเป็นเพื่อนกันนะป้อง”
หญิงสาวร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“แค่เพื่อนเหรอ...เธอก็รู้ว่าฉันรักเธอมากแค่ไหน”
คำว่ารักจากปากของเพื่อนที่คบหากันมานาน ทำให้พิไลถึงกับนิ่งขึง
ตกตะลึงกับความจริงจากปากของเขา เพราะคาดไม่ถึงว่าเพื่อนที่คบหากันมานับสิบปี
จะระเบิดความในใจออกมา
“ ป้อง เธอรู้ตัวไหมว่า พูดอะไรออกมา”
“ ฉันพูดความจริงไงล่ะ ความจริงที่ซ่อนอยู่ในใจของฉันมานานแล้ว ทำไมล่ะพิไล
ทำไมเธอไม่เห็นใจคนที่รักเธอมาตลอดอย่างฉัน แต่กลับไปเห็นค่าของคนอื่น
ทั้งที่เธอเพิ่งจะเห็นหน้ามันไม่กี่วัน”
หญิงสาวแย้งขึ้นมาทันที
“พิไลไม่ได้รักป้องแบบนั้นนะ... เราเป็นเพื่อนกัน...ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน
พิไลก็ไม่มีวันเปลี่ยนความรู้สึกเป็นอื่นไปได้”
อีกฝ่ายถึงกับชะงัก มองคนตรงหน้าอย่างร้าวราน
“ ถ้าไม่มีมันเข้ามา เธอจะต้องรักฉัน...”
พูดจบ ชายหนุ่มก็เดินพรวดพราดออกไป ทิ้งให้พิไลทรุดตัวนั่งลงร้องไห้ออกมา
ด้วยความเสียใจ .... ไววิทย์เดินเข้ามานั่งข้างๆ
“ ผมเสียใจที่เป็นต้นเหตุให้เพื่อนคุณเข้าใจผิด”
“ ไม่ใช่คุณหรอกค่ะ พิไลผิดเอง ที่มองข้ามน้ำใจอันดีงามของเขา”
แล้วหญิงสาวก็ร้องไห้ออกมาอย่างอาดูร ชายหนุ่มได้แต่เอื้อมไปจับมือเธอมากุมไว้อย่างแผ่วเบา
ด้วยความเห็นใจ

เมื่อไววิทย์หายเป็นปกติ ก็ถึงวันที่เขาจะต้องจากเธอไป
ชายหนุ่มถอดแหวนที่นิ้วออกมาสวมให้กับเธอพร้อมกับสารภาพรู้สึกในใจ
“ แม้ว่าเราจะรู้จักกันไม่นาน แต่คุณก็ทำให้ผมรู้จัก คุณค่าแห่งความรักที่ผมแสวงหามานาน... แหวนวงนี้ จะเป็นเหมือนคำสัญญาของผม...”
ชายหนุ่มถอดแหวนประจำตระกูลออกมาสวมใส่ที่นางของเธอ
ก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามากอด
อย่างแนบแน่น ราวกับจะถ่ายถอดความจริงใจให้เธอได้รับรู้
เหมือนเทพยดาเบื้องบนจะร่วมเป็นสักขีพยานในความรักของคนทั้งสอง
จู่ๆก็หมูเมฆก็ตั้งเค้ามาแต่ไกล
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ฝนก็เทลงมาอย่างหนัก ไววิทย์ดึงแขนหญิงสาวเข้าไปในบ้าน
ในสภาพเปียกปอน พิไลหนาวสั่น ฟันกระทบกันดึงกึกกัก ชายหนุ่มหันไปโอบเธอไว้อย่างอ่อนโยน
“เข้ามาใกล้ๆผมสิ...ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะปกป้องคุณเอง”
ทั้งคู่ต่างก็ได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันเต้นไม่เป็นส่ำ
จู่ๆพิไลก็ร้องไห้ออกมา
“ พิไลไม่น่ามาเจอคุณเลย...”
“ ทำไมล่ะ คุณน่าจะดีใจ ที่พรหมลิขิตชักนำให้เราได้มาเจอกัน”
“ แต่พิไลกลัวการพลัดพรากจากกัน...มันคงเจ็บปวด และทรมานอย่างหาที่สุดมิได้
พิไลจำได้ว่า ตอนเด็กๆ แม่พาพิไลมาฝากไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แม่บอกว่าจะมารับ...
พิไลก็ได้แต่รอ....แต่วันแล้ววันเล่าแม่ก็ไม่มา...จนพิไลหมดความหวัง...
พิไลไม่อยากพบกับความรู้สึกเจ็บปวดอย่างนั้นอีกแล้ว”
ไววิทย์ปาดน้ำตาออกจากแก้มหญิงสาวอย่างแผ่วเบาก่อนจะเชยคางเธอขึ้นมา
สบตาหวานฉ่ำ
“อย่าร้องไห้เลยนะครับ ผมสัญญา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะต้องกลับมาหาคุณ...”
“คุณอย่าทิ้งพิไลไปอีกคนนะคะ...พิไลคงทนไม่ได้ที่จะมีชีวิตอยู่โดยไม่มีคุณอยู่เคียงข้าง” ทั้งสองสบตากันนิ่ง ก่อนที่ไววิทย์จะก้มลงหอมแก้มเธออย่างทะนุถนอม
“เป็นของผมเถอะนะ พิไล... ผมรักคุณ”
ชายหนุ่มก้มลงสัมผัสริมฝีปากเธออย่างแผ่วเบา ร่างกายหญิงสาวสั่นสะท้าน
แม้ข้างนอกฝนจะเทกระหน่ำ แต่ความหนาวเย็นของละอองฝนก็ไม่อาจดับไฟปรารถนา
ที่ลุกโชนจนเผาผลาญคนทั้งสองให้หลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกันได้เลย...
.......................
ฝันดีได้เพียงคืนเดียว ฝันร้ายก็ตามมาถึงอย่างรวดเร็วในเช้าวันต่อมา
เมื่อสตรีวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานคนหนึ่งเดินเข้ามาในสลัม หลังจากที่จอดรถคันใหญ่
ไว้ที่หน้าปากซอย
“ ฉันเป็นแม่ของตาวิทย์...”
เธอแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงห้วนจัด
พิไลชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะยกมือไหว้ผู้สูงวัยกว่าอย่างนอบน้อม
“เอากองไว้ตรงนั้นล่ะย่ะ...ขอบใจมากนะยะที่ช่วยลูกชายฉันเอาไว้....”
เธอเอ่ยออกมา เมื่อไววิทย์เล่าเรื่องที่ถูกคนร้ายปล้นเอาเงินไปหมด และพิไลคือคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้
“ แน่ล่ะสิ...ก็ลูกชายของแม่ออกจะดูมีสง่าราศี... เป็นใครก็คงเต็มใจที่จะช่วยเหลือ
ปะเหมาะเคราะห์ดี ก็อาจจะได้ค่าจ้างรางวัลตอบแทน ”
“แต่ดิฉันช่วยคุณไววิทย์ด้วยเจตนาบริสุทธิ์จริงๆนะคะ...”
หญิงสาวแย้งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หากอีกฝ่ายกลับแค่นยิ้มออกมาอย่างดูแคลน
“ ย่ะ ใครจะพูดยังไงก็พูดได้...แต่ในใจเป็นยังไง หล่อนก็ย่อมจะรู้อยู่แก่ใจดี”
แล้วเธอก็ล้วงเงินออกจากกระเป๋าปึกใหญ่ส่งให้
“ นี่ค่าตอบแทนน้ำใจของหล่อน รับไว้สิยะ”
“ คุณแม่ครับ ”
ไววิทย์ท้วงออกมาด้วยความตกใจ ก่อนหันไปมองหญิงสาวที่เขารักอย่างเกรงใจ
“ผมต้องขอโทษแทนคุณแม่ด้วยนะครับ....คุณแม่คงไม่ได้คิดอย่างงั้น”
“ไปขอโทษมันทำไม .... ถ้าไม่อยากได้ ฉันก็จะเก็บเงินนี้ไปทำบุญล่ะนะ
ไปลูก...กลับบ้านเราเถอะ”
“แต่ผม...”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น แม่เหม็นสาบคนแถวนี้เต็มทีแล้วลูก...”
พูดจบ เธอก็ดึงแขนลูกชายออกไป
ไววิทย์หันไปบอกกับหญิงสาวที่เขารักอย่างอาลัยอาวรณ์
“รอผมนะ พิไล แล้วผมจะกลับมาหาคุณ”
พิไลได้แต่มองตามชายคนรักไปทั้งน้ำตา คำสัญญาของเขายังก้องอยู่ในหู
จากวันเป็นเดือน เขาก็ไม่กลับมา ราวกับว่า คำสัญญานั้น เป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไป
ในที่สุดความหวังก็ค่อยๆเหือดหายไป คล้ายดั่งหยดน้ำค้างที่โดนเปลวแดดแผดเผา
ไปทีละน้อย หญิงสาวเฝ้ารอจนสิ้นหวัง แต่แล้วเธอกลับตั้งท้องขึ้นมา
โดยไม่รู้ว่าจะไปตามหาเด็กในท้องได้ที่ไหน
“พิไลผิดเอง...ที่ไว้ใจเขามากเกินไป ทั้งที่รู้จักเขาแค่ผิวเผิน
ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจริงใจมากแค่ไหน ...พิไลเสียใจเหลือเกิน”
น้ำตาของหญิงสาวไหลพลั่งพรูออกมา ขณะผกาเข้ากอดเพื่อนรุ่นพี่ ราวกับสัตว์
ที่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ป้องได้แต่ยืนมองด้วยสีหน้าโกรธแค้น
“ฉันอยากจะฆ่ามันนัก... มันเหยียบย่ำหัวใจฉันยังไม่พอ ยังกระทืบซ้ำอีก...
ไอ้ระยำเอ๊ย” ป้องหันไปชกกระจกจนแตก เลือดไหลอาบมือ พิไลเข้าไปกอดเขาไว้แน่น
“ป้องอย่า... แค่นี้ พิไลก็เจ็บปวดมากพอแล้ว อย่าทำให้พิไลรู้สึกผิดมากกว่านี้เลยนะ”
“มันต่างหากที่ต้องรู้สึกผิด”
อีกฝ่ายตวาดเสียงกร้าว
“คิดซะว่าเป็นเวรกรรมของเราก็แล้วกันนะป้อง...”
เสียงเครือเศร้าของพิไลทำให้ป้องสงบลงไปได้ ขณะที่รุ่งเดินเข้าไปโอบร่างสั่นเทา
ของน้องสาวร่วมโลกเอาไว้แน่น
“ อย่าร้องไห้เลยนะ ไหนๆเรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว
เรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะทำยังไงต่อไป”
“ทำไงได้ล่ะ ก็คงต้องรอให้มันมารับผิดชอบ...เผื่อมันจะมีสำนึกขึ้นมามั่ง”
ชายหนุ่มขบกรามแน่น ขณะที่พิไลไม่พูดอะไรออกมา เอาแต่ร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ
...แล้วคืนนั้น เพลงท่อนสุดท้ายก็จบลงด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
น้ำตาของคนร้องรินไหลออกมา ทำเอานักเที่ยว พาร์ทเนอร์และพนักงานเสริฟในไนต์คลับ
ต่างก็นั่งฟังกันเงียบกริบ จนนักร้องสาวก้าวลงไปจากเวทีแล้ว
แต่ความเศร้า ก็ยังอวลอยู่ในไนต์คลับแห่งนั้น
“พิไล....พรุ่งนี้มีงานนะจ๊ะ เราจะไปเล่นดนตรีในงานแต่งงานกัน
แต่งตัวให้สวยสุดๆเลยนะ ได้ข่าวว่างานนี้ใหญ่บึ้มเชียว....เจอกันบ่าย 4โมงที่นี่นะ”
“จ๊ะพี่”
หญิงสาวรับคำเสียงแผ่ว ก่อนจะเดินออกไปเหมือนคนที่ไร้หัวใจ
.................................
บรรยากาศงานในงานเลี้ยงฉลองสมรสยามค่ำคืนถูกจัดขึ้นอย่างหรูหรา
เต็มไปด้วยแขกเหรื่อฐานะดีที่พากันแต่งตัวหรูเลิศมาแข่งขันกัน
บ้างก็จับกลุ่มพูดคุยถึงความเหมาะสมของคู่บ่าวสาว
บ้างก็นั่งฟังเพลงจากวงดนตรีที่กำลังเล่นอยู่บนเวที โดยมีพิไลเป็นนักร้องนำ
เพลงจบลง เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างกึกก้อง หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณก่อน
จะเดินลงไปจากเวที สวนทางกับพิธีกรของงานที่เดินออกไปทำหน้าที่ต่อ
“ ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ขอเชิญทุกท่านปรบมือต้อนรับเจ้าบ่าว-เจ้าสาวของเรา
คุณรัมภา ศิริโชติ และคุณไววิทย์ วีระวงศ์”
ชื่อที่ได้ยินทำเอานักร้องสาวถึงกับหยุดชะงัก หันกลับไปมองคู่บ่าวสาว
ที่เดินควงแขนกันเข้ามาในงานด้วยสายตาเบิกกว้าง
“คุณไววิทย์” หญิงสาวร้องคลางออกมา ก่อนที่น้ำตาจะไหลอาบแก้ม
ป้องเห็นดังนั้น รีบเดินเข้าไปหาเธอด้วยความเป็นห่วง
“พิไล...ทำใจดีๆไว้นะ... ฉันจะไปเอาเลือดหัวมันออกเดี๋ยวนี้”
หญิงสาวคว้าแขนเพื่อนรักเอาไว้อย่างแน่นหนา
“อย่า ป้อง.... อย่าไปยุ่งกับเขา”
“ห้ามฉันไว้ทำไม...เธอไม่เจ็บใจบ้างเหรอ ที่โดนมันหลอก”
“เจ็บสิป้อง เจ็บจนจะขาดใจตายอยู่แล้ว แต่มันจะมีประโยชน์อะไร
ที่จะไปประจานตัวเองให้ชาวบ้านเขาหัวเราะเยาะเอา”
ชายหนุ่มหันไปจ้องหน้าเจ้าบ่าวของงานพร้อมขบกรามแน่นจนเป็นสัน
“แล้วเราจะปล่อยให้คนชั่วๆอย่างมันไปเสวยสุขกับคนอื่นงั้นเหรอ”
“ช่างเขาเถอะ...พิไลผิดเองที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้กับเขา”
“โธ่เอ๊ย มันทำกับเธอขนาดนี้ ยังไปปกป้องมันอีก หัวใจของเธอไม่รู้สึกเจ็บแค้นเคียงโกรธเขาบ้างเลยหรือไง...”
พิไลหันไปมองคู่บ่าวสาวผ่านม่านน้ำตา ยิ่งเห็นไววิทย์กับรัมภาเดินยกมือไหว้ขอบคุณแขกผู้มีเกียรติด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เธอยิ่งทนดูต่อไปไม่ไหว ต้องหลบไปนั่งซึมหลังเวที
เนิ่นนานราวกับโลกทั้งโลกหยุดหมุน กว่าที่หัวหน้าวงดนตรีจะมาตามขึ้นไปทำหน้าที่
ในช่วงสุดท้าย
คนเป็นเพื่อนจับมือเธอไว้อย่างห่วงใย
“ไหวเหรอ พิไล...เธอไม่จำเป็นต้องทำเพื่อใครนะ”
“มันเป็นหน้าที่น่ะป้อง...เรารับเงินเขามาแล้ว ก็ต้องทำให้ดีที่สุด
แม้ว่าใจของพิไลกำลังเจ็บช้ำเจียนตาย แต่พิไลก็จะต้องเผชิญหน้ากับความจริงให้ได้”
“โธ่ พิไลนะพิไล... เวรกรรมอะไรของเธอนะ...”
พิไลเชิดหน้าขึ้น กล้ำกลืนน้ำตาให้ไหลกลับลงไป ก่อนจะเดินออกไปทำหน้าที่
นักดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงรัก หญิงสาวค่อยๆปล่อยน้ำเสียงอันไพเราะออกมาขับกล่อมแขกในงาน
น้ำเสียงเครือสะท้าน ทำให้หลายคนหันมามองด้วยความสนใจ แต่คนที่ตกตะลึงไม่ใช่ใครอื่น
หากแต่เป็นคนที่กำลังทำหน้าที่เจ้าบ่าว เขาหันมาจ้องมองเธอ
พลางสาวเท้าเข้ามาหาราวกับต้องมนต์สะกด
พิไลมองเขาผ่านม่านน้ำตา เห็นแต่หน้าเขาลางเลือน
เมื่อเพลงจบ เธอก็ถลันลงไปจากเวที
ไววิทย์เดินตามมาติดๆ และดึงมือเธอไว้แน่น
“ พิไล”
หากหญิงสาวกลับสะบัดมืออกอย่างแรง
“ ปล่อยดิฉันนะคะ ดิฉันไม่รู้จักคุณ”
ไววิทย์จ้องหน้าหญิงสาวอย่างร้อนใจ
“โธ่ พิไล... คุณจะด่า จะว่าผมยังไงก็ได้ แต่ได้โปรดฟังผมซักนิด…ผมจำเป็นต้องแต่งงาน
ตามความต้องการของผู้ใหญ่...ผมไม่ได้ลืมคุณนะ ผมอยากจะกลับไปหาคุณใจจะขาด...แต่...”
เขาพูดยังไม่ทันจบ หญิงสาวก็กรีดร้องออกมาทั้งน้ำตา
“แต่คุณก็ไม่กลับ ทั้งที่คุณรู้อยู่ตลอดเวลาว่าดิฉันอยู่ที่ไหน...เพราะฉะนั้น
เราไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก...ปล่อยดิฉัน”
หญิงสาวพยายามสะบัดมือเขาออก แต่ไววิทย์กลับกระชับไว้แน่น
ป้องปราดเข้ามาชกหน้าเขาอย่างแรง ร่างสูงใหญ่เซถลาไป พิไลเอาตัวเข้าไปขวาง
“ป้อง อย่าไปยุ่งกับเขาเลย...ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปรื้อฟื้นเรื่องที่มันผ่านไปแล้ว”
แต่เพื่อนหนุ่มของเธอยังไม่หายแค้น เขาหันไปชี้หน้าไววิทย์อย่างโกรธแค้น
“ได้ ไม่ยุ่งก็ได้....ฉันก็ไม่อยากให้มือของฉัน แปดเปื้อนเลือดชั่วๆของมันนักหรอก
แต่คนสารเลวอย่างมัน ควรจะรู้เอาไว้ว่าในขณะที่มันกำลังหน้าชื่นตาบานแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น...
มันได้ทำให้ผู้หญิงที่จงรักภักดีต่อมันต้องร้องไห้ เพราะท้องไม่มีพ่อ”
“ ท้อง...” ไววิทย์ครางออกมาด้วยความตื่นเต้น รัมภาและคุณลาวัลย์ตามมา
ได้ยินเข้าพอดี รัมภาร้องถามเจ้าบ่าวของเธอเสียงหลง
“ ไม่จริงใช่ไหมคะคุณไววิทย์ ...มันแอบอ้างใช่ไหมคะ...ภาจะเรียกยามมาลากคอพวกมันออกไปเดี๋ยวนี้ ”
คุณลาวัลย์สมทบกับว่าที่ลูกสะไภ้
“ เรียกมาเลยลูก...อย่าปล่อยให้คนพวกนี้มาลอยหน้าลอยตาพูดจาเลอะเทอะเปรอะเปื้อนแถวนี้
เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้า เราจะเสียหาย”
ไววิทย์รีบท้วง
“ไม่นะครับคุณแม่....”
หากผู้เป็นแม่ไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น
“ .... ปล่อยให้แม่จัดการเอง... คนอย่างแก ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนพวกนี้หรอก ”
ป้องทนฟังไม่ไหว หันไปด่าไววิทย์อย่างไม่ไว้หน้า
“ ... คนอย่างแกมันไม่ต่างไปจากงูเห่าที่แว้งกัดผู้ที่ช่วยเหลือแกเอาไว้ไม่ไห้ตายอยู่ข้าง

ถนน
ไอ้คนไม่มีหัวใจ แกไม่ควรเกิดมาเป็นคนด้วยซ้ำ...หลานคนเดียวฉันเลี้ยงได้....บอกว่าพ่อของมันตายไปแล้วก็สิ้นเรื่อง...เด็กมันคงไม่ดีใจหรอก ที่มีพ่อขี้ขลาดตาขาวอย่างแก”
ป้องดึงมือพิไลออกไป ไววิทย์ทำท่าจะเดินตาม แต่กลับเจ้าสาวของเขาฉุดแขนไว้อย่างแน่นหนา....
งานฉลองมงคลสมรส เสร็จสิ้นลงตามความต้องการของผู้เป็นแม่
แต่เสียงด่าทอของป้อง ยังดังก้องอยู่ในหัวใจของเขา
และในคืนนั้นเอง...
ไววิทย์ก็ตัดสินใจฝืนคำสั่งของผู้เป็นแม่ หนีออกมาจากห้องหอ
มาหยุดที่หน้าบ้านไม้เก่าโทรมของผู้หญิงที่เขารัก
“ พิไล ออกมาผมหน่อยสิครับ ... ผมกลับมาหาคุณแล้ว”
เมื่อไม่มีเสียงตอบ เขาจึงพูดต่อ
“ผมรู้นะ ว่าคุณอยู่ในบ้าน... คุณจะด่าจะว่าผมยังไงก็ได้ แต่ผมอยากขอร้องให้คุณฟังผมบ้าง...
อย่าทรมานผมด้วยวิธีนี้เลย ผมรักคุณนะ พิไล”
เสียงตะโกนของชายหนุ่มดังลั่นไปทั่ว
พิไลได้ยินชัดเจน ได้แต่นั่งน้ำตาไหลพราก พยายามกลั้นเสียงสะอื้น
ไม่ให้เล็ดลอดออกไปถึงข้างนอก ป้องที่ยืนฟังอยู่พักใหญ่แล้วจึงก้าวออกไปเผชิญหน้า
กับแขกยามวิกาล
“มาทำไม... บ้านนี้ไม่ต้อนรับคนเลวๆอย่างแก ไปซะ แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก ไป๊”
ไววิทย์ไม่มีทางเลือก จึงพูดเสียงดัง หวังให้คนที่อยู่ข้างในได้ยินความในใจของเขา
“ ถ้าเขายังไม่พร้อมที่จะเจอผม ผมก็จะไป แต่ผมอยากให้เขารู้ไว้อย่าง...ผมรักเขา...
แต่ที่ผมต้องยอมแต่งงานกับรัมภา เพราะผมไม่มีทางเลือกจริงๆ .... แต่ตอนนี้ ผมรู้แล้วว่า
ผมรักพิไลกับลูกมากแค่ไหน...จะให้ผมทำอะไรก็ได้ ผมพร้อมที่จะทำ เพื่อให้เราได้กลับมาอยู่ด้วยกัน”
คำพูดของเขาทำให้คนฟังสายตาอ่อนโยนลง ขณะที่อีกฝ่ายตัดสินใจหันหลังเดินคอตกไปจากตรงนั้น
ทันใด เขาก็หยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงเรียก
“คุณไววิทย์คะ”
ไววิทย์หันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
“คุณยังต้องการผมอยู่ไหม พิไล”
หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากแก้ม
“ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรักของเราหรอกค่ะ...แต่พิไลยอมเป็นคนเห็นแก่ตัวไม่ได้
ยังไงพิไลก็เป็นคนอื่น แต่คุณมีแม่คนเดียว... อย่าเอาชีวิตสูงส่งของคุณมาแลกกับผู้หญิงที่มีค่าแค่เพียงเศษเสี้ยวธุลีดินอย่างพิไล

เลยนะคะ”
“ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร แต่คุณกับลูกมีค่าสำหรับผมเสมอ”
“โธ่ คุณไววิทย์ขา” พิไลถลาเข้ามากอดชายหนุ่มไว้ด้วยความรัก
ไววิทย์ประคองกอดเธอไว้ในอ้อมแขนของเขา สายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบนที่กำลังมืดมิด
หากมองดวงดาวเล็กๆทอแสงวิบวับอยู่แสนไกล
ไววิทย์ถอนหายใจเบาๆ
........นับจากนี้ เขาและเธอจะร่วมกันสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาให้ได้
ไม่ว่ามันจะยากเย็นเพียงใดก็ตาม...
---------------------จบตอน1---------------------
jazzwu
ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อความ นิยาย กรุงเทพฯ ราตรี
ไปโพสต์หรืออะไรก็แล้วแต่

หนังสือจะวางแผงเร็ว ๆ นี้


กรุงเทพฯ ราตรี Credit: รัตน์บุตร์


ตอน 2

คุณลาวัลย์ควงแขนรัมภาเข้ามาในกินรีไนต์คลับ พลางกวาดตามองพาร์ทเนอร์สวย
ในชุดวาบหวามที่นั่งคลอเคลียอยู่กับแขกด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะปรายตาขึ้นไปมองนักร้องสาว ที่กำลังยืนร้องเพลงอยู่บนเวที
วันนี้ พิไลอยู่ในชุดกรุยกรายสีฟ้า พลิ้วไปทั้งตัว รวบผมยาวสลวยเผย
ใบหน้ารูปไข่ ที่ตกแต่งไว้อย่างแนบเนียน
“...นี่น่ะเหรอ ผู้หญิงที่ตาวิทย์ถึงกับยอมสละอนาคตดีๆเพื่อมาอยู่กับมัน”
รัมภารีบสำทับเอาใจ
“ ผู้หญิงกลางคืนอย่างมันจะมีอะไรดีไปกว่า มารยาสาไถยล่ะคะคุณป้า
ไม่อย่างงั้น คุณไววิทย์ คงไม่มาติดกับมันหรอก ”
ทั้งสองมองเธออย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะจูงแขนกันเดินออกไปดักรอที่หน้าร้าน
นานกว่าครึ่งชั่วโมง กว่าที่นักร้องสาวจะเดินออกมา พิไลชะงัก เมื่อเห็นแขกที่เธอไม่คาดคาดคิดว่าจะได้เจอในค่ำคืนนี้
“คุณรัมภา...คุณแม่...สวัสดีค่ะ”
หญิงสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อม แต่คุณลาวัลย์กลับมองเธอราวกับเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ
“อย่าเรียกฉันว่า แม่ แค่ได้ยินก็อัปมงคลกับหูของฉันจนแทบจะทนไม่ไหว”
“ถ้าอย่างนั้น ดิฉันก็ต้องกราบขอประทานโทษด้วยค่ะที่บังอาจ”
หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา...ผู้สูงวัยกว่าแค่นยิ้ม
“ไม่เป็นไร กองไว้ตรงนั้นแหละ ... เพราะถึงยังไง เธอก็ช่วยดูแลลูกชายของฉัน”
จบประโยค คุณลาวัลย์เว้นช่วงชั่วอึดใจ ก่อนพูดเข้าประเด็นที่ทำให้เธอ
ต้องบุกมาหาพิไลถึงนี่
“ ฉันจะไม่โยกโย้ล่ะนะ ที่มาเนี่ย ฉันอยากจะมาดูให้เห็นกับตาว่าหล่อนทำงานยังไง...ยิ่งมารู้ มาเห็น ฉันก็ยิ่งสงสารลูกชายของฉัน ที่จะต้องมาเสียท่าผู้หญิงกลางคืนอย่างเธอ...แต่ถ้าเธอคิดว่าฉันจะใจดียอมให้เธอเข้าไปอยู่ในบ้าน ขอบอกว่าเธอคิดผิด คนอย่างเธอ ฉันไม่รับเป็นสะใภ้ให้เป็นสเนียดจัญไรกับบ้านฉันหรอก”
“ ดิฉันทราบดีค่ะ ว่าดิฉันไม่คู่ควรกับลูกชายของท่าน”
หญิงสาวได้แต่ก้มหน้านิ่ง น้ำตาคลอออกมาด้วยความเจ็บช้ำ
แต่ไม่ได้ทำให้แม่ของไววิทย์ใจอ่อนลงแม้แต่น้อย
“ ถ้าอย่างนั้น ก็ปล่อยลูกชายฉันสิ... ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าผู้หญิงกลางคืนอย่างเธอจะรักลูกชายฉันด้วยความบริสุทธิ์ใจ...เธอต้องการเงินเท่าไหร่ ถึงจะไปจากลูกชายฉัน...หมื่น...สองหมื่น
หรือเท่าไหร่ก็ว่ามา...ถ้ามันไม่มากนัก ฉันจะเจียดให้...ถือซะว่าเป็นค่าสึกหรอของเธอ”
“เก็บเงินของท่านไว้เถอะค่ะ...ถึงดิฉันจะยากจน แต่ดิฉันก็พอจะเลี้ยงตัวเองได้”
เสียงพิไลเริ่มสั่นแต่ก็พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุขึ้น
“ทำไมเธอถึงได้หน้าด้านหน้าทนอย่างงี้ ไม่มีใครสั่งใครสอนให้เธอเข้าใจหัวอกของคนเป็นแม่หรือไง”
อีกฝ่ายต่อว่าอย่างรุนแรงด้วยน้ำเสียงดังลั่น จนคนแถวนั้นหันมามอง
ขณะที่คนฟังได้แต่ยืนนิ่ง ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา ก่อนที่คุณลาวัลย์จะพูดอะไรออกมา
มากกว่านั้น ไววิทย์ก็เดินเข้ามา
“ คุณแม่ ....”
ชายหนุ่มร้องออกมาด้วยความตกใจ
“ แกไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น...แม่ปล่อยให้แกทำตามอำเภอใจต่อไปไม่ได้แล้ว”
เธอหันไปบอกลูกชายเสียงแข็ง
“โธ่ คุณแม่ครับ ได้โปรดเห็นใจเราเถอะครับ”
คุณลาวัลย์หันไปหาคนขับรถที่ยืนเยื้องออกไป
“นายชด ถอดเงินทองของมีค่าของตาวิทย์ออกมา”
พลางปรายตามองผู้หญิงที่ลูกชายของเธอยอมทิ้งชีวิตหรูหรามาอยู่ด้วยอย่างดูแคลน
“ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า ถ้าแกมีแต่ตัว มันยังจะเอาแกเป็นผัวอยู่ไหม”
นายชดหันไปมองหน้าไววิทย์อย่างลำบากใจ แต่ก็ไม่อาจขัดขืนคำสั่ง
ของเจ้านาย ไววิทย์นิ่งไปครู่ ก่อนจะตัดสินใจอย่างแน่วแน่
“ ก็ได้ครับ...ถ้าคุณแม่ต้องการอย่างนั้น ”
สีหน้าของไววิทย์เรียบเฉยขณะที่ถอดนาฬิกาเรือนทองฝังเพชร และสร้อยคอทองคำ
ออกมาส่งให้นายชดอย่างไม่อาลัยอาวรณ์
ผู้เป็นแม่ถึงกับนิ่งงันไปพักใหญ่ ก่อนจะคว้าแขนรัมภาเดินออกไปจากตรงนั้น
ด้วยความโกรธสุดขีด
ลับสายตาของคนทั้งสอง ไววิทย์ก็หันไปบอกกับผู้หญิงที่เขารักด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ผมไม่มีอะไรเหลือแล้วนะพิไล”
หญิงสาวยิ้มให้เขาด้วยความซาบซึ้งใจ
“ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เงินทองของนอกกาย...ไม่ตายเราคงหาใหม่ได้ ขอให้คุณไววิทย์ รักแล้วก็เมตตาพิไล กับลูก พิไลก็พอใจแล้ว”
ทั้งสองต่างยิ้มให้กันอย่างมีความสุข ระหว่างนั้นเอง กระเทยสาวเพื่อนร่วมบ้าน
ก็กระหืดกระหอบเข้ามาบอกทั้งคู่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ไอ้ป้องมันไปแล้ว...ขนเสื้อผ้าของใช้เอาไปหมดเลย ”
พิไลถึงกับนิ่งงัน ก่อนจะร้องคลางออกมาอย่างคาดไม่ถึง
“โธ่ ป้อง ... ทำไมถึงได้ทำอย่างงี้...”
“ พี่ก็มัวแต่ออกไปซื้อของที่ตลาด เลยไม่ทันได้ห้ามมันไว้ โถ ไอ้ป้องเอ๊ย ป่านนี้เป็นไงบ้างก็ไม่รู้ ”
รุ่งบ่นพึมพำด้วยความเสียใจ ขณะที่พิไลถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความอาลัยเพื่อนรัก
ที่เติบโตมาด้วยกัน ไววิทย์หันไปจับมือเธอไว้อย่างเห็นใจ
“ ผมเสียใจด้วยนะ ที่เป็นต้นเหตุให้เพื่อนคุณต้องไปจากที่นี่ ”
“ ปล่อยเขาไปก่อนเถอะค่ะ...ถ้าเขาสบายใจเมื่อไหร่ เขาคงกลับมาเอง”
พิไลบอกกับเขาอย่างมั่นใจ เยื่อใยระหว่างเธอกับป้อง ลึกซึ้งและแน่นหนา
เกินกว่าที่เขาจะทิ้งเธอไปได้ตลอดชีวิต แต่เขาก็หายหน้าไปนาน ไม่ได้แวะเวียนกลับมาหา
เธออีก จนเวลาล่วงเลยไปนานกว่า 3 ปี
เธอมีลูกกับไววิทย์สองคน เป็นหญิงทั้งคู่ คนโตเธอเรียกสั้นๆว่า อั้ม ส่วนคนเล็ก ไววิทย์
ตั้งชื่อให้ว่า อุ้ม เพื่อจะได้คล้องจองกัน ในช่วงนั้น เธอต้องออกจากงานมาเป็นแม่บ้านอย่างเต็มตัว รายได้หลักจึงมาจากไววิทย์คนเดียว แต่เงินเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อยของเขาก็ไม่ได้มากมายนัก เขาจึงจำเป็นต้องออกไปหางานพิเศษทำเพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัว
บ่ายวันนั้น
ไววิทย์ในชุดแต่งกายเรียบร้อย เดินมาหยุดหน้าตึกแถวเก่าๆ เขามองป้าย
”รับสมัครพนักงานบัญชี” ด้วยความหวัง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปคุยกับหญิงสาว
ที่นั่งอยู่หน้าห้องผู้จัดการ
“ สวัสดีครับ ... ผมมาสมัครงาน ”
สาวใหญ่เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไรออกมา ผู้จัดการหนุ่มก็เดินเข้ามาในสำนักงาน ทันทีที่เห็นหน้ากัน ทั้งสองฝ่ายต่างก็หยุดชะงักด้วยไม่คิดว่าจะโคจรมาเจอกันได้
ผู้มาใหม่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น เมื่อจำได้ว่า ชายหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า
คือคนที่ทำให้รัมภาบอกเลิกกับเขาอย่างไม่ใยดี ทั้งที่ควงกับเขาอยู่ตั้งนาน
เขาจำวันที่บุกเข้าไปในงานหมั้นระหว่างรัมภากับไววิทย์ได้ดี
เธอพูดใส่หน้าเขาอย่างเจ็บแสบ หาว่าเขาไม่ใช่ลูกผู้ลากมากดี เทียบกับคนที่เธอเลือกไม่ได้
แถมยังให้คนหิ้วเขาออกมาทิ้งไว้หน้าบ้าน ราวกับเขาเป็นตัวเสนียดจัญไร
ไม่น่าเชื่อว่า ผู้ชายคนนั้นกำลังซมซานมาของานเขาทำ
“ นี่แกตกอับถึงขนาดนี้เลยเหรอ ”
ไววิทย์หันไปมองแล้วต้องชะงักเมื่อเห็นดลยืนอยู่
“ คุณ ”
“ ใช่ ฉันเอง...ไง....จำฉันได้ด้วยเหรอ ”
ดลว่าพลางเดินเข้ามาใกล้
“จำได้ จำได้ดี... เหมือนที่คุณก็ยังจำผมได้”
ไววิทย์ลุกขึ้นเผชิญหน้า ดลมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“แล้วนี่ ไปทำอีท่าไหนเข้าล่ะ ถึงได้ตกระกำลำบาก ถึงขนาดต้องเดินมาของานบริษัทฉันทำ”
“ถ้าคุณไม่มีตำแหน่งว่าง ก็ไม่เป็นไร ผมก็คงไม่รบกวน”
พูดจบเขาก็หันหลังทำท่าจะเดินออกไป แต่อีกฝ่ายชิงพูดขึ้นก่อนอย่างเป็นต่อ
“กราบตีนฉันสิ...บางทีฉันอาจจะเห็นใจให้งานแกทำก็ได้นะ ไอ้ผู้ดีตกยาก”
ไววิทย์ไม่อาจเก็บความโกรธเอาไว้ได้อีก เขาพุ่งเข้าไปต่อยดลอย่างแรง
ที่ใบหน้า ดลผงะหงาย ก่อนที่ลูกน้องของเขาจะปรี่เข้ามาช่วยเจ้านายรุมไววิทย์จนร่างเขาลงไปกองกับพื้นอย่า
งไร้ทางสู้
ก่อนที่เขาจะเป็นอะไรมากไปกว่านั้น ผกาก็อุ้มลูกน้อยเข้ามาเห็นเหตุการณ์เข้า
หญิงสาวร้องห้ามเสียงดัง
“ อย่าค่ะดล ... อย่าทำเขา”
เธอร้องพลางสาวเท้าเข้าไปดึงแขนสามีออกมาอย่างรวดเร็ว
ดลมองไววิทย์ที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่กับพื้นด้วยความสะใจ
“ก็ได้....ลากตัวมันออกไป อย่าให้เลือดผู้ดีตีนแดงของมันมาแปดเปื้อนแถวนี้”
เสียงดังโหวกเหวกของดลนั่นเองที่ทำให้ เด็กน้อยที่หลับอยู่กับอกแม่ร้องไห้จ้า
ผกาหันไปปลอบโยนลูกน้อย
“โอ๋ อย่าร้องนะลูก...แม่อยู่นี่นะ...โอ๋...พ่อเขาล้อเล่นน่ะลูก...อย่าร้องนะ”
ดลมองผกาอย่างไม่พอใจก่อนจะเดินเลี่ยงไปอย่างหงุดหงิด
ปล่อยให้ภรรยาของเขามองตามไปด้วยความเจ็บช้ำ
สามปีที่แต่งงานกันมา เธอรู้ว่าหัวใจของเขายังเก็บรัมภาเอาไว้อย่างมิดชิด
แต่เมื่อถูกสาวไฮโซสลัดรัก แล้วหันไปแต่งงานกับคนที่รัมภาเห็นว่าคู่ควรกับเธอมากกว่า
หนุ่มลูกชาวนาอย่างเขา .... ดลจึงหันกลับมาหาเธออีกครั้ง เธอยอมให้โอกาสเขา
ด้วยความหวังว่า ความรักของเธอจะช่วยให้เขาหันกลับมารักเธอบ้าง....
แต่ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา เธอก็รู้ว่า เธอคิดผิด...
นอกจากเขาจะไม่เห็นเธออยู่ในสายตาแล้ว เขายังเที่ยวไปมีผู้หญิงคนใหม่
อีกมากมายหลายคน ... แต่เธอก็ยังต้องทนอยู่กับเขา เพราะรัก
อีกอย่าง ดลก็เป็นพ่อของ ”ชรัณ” ลูกชายของเธอ
....................
เหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ไววิทย์ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานนับเดือน
ในช่วงนั้น พิไลต้องไปๆมาๆระหว่างบ้านกับโรงพยาบาล ต้องใช้เงินจำนวนมาก....
แม้ไววิทย์จะเป็นข้าราชการ ได้รับการยกเว้นค่ารักษาพยาบาล แต่เธอก็ต้องมีค่าใช้ใช้จ่าย
ภายในบ้านอีกมากมาย
ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจกลับไปเป็นนักร้องในไนต์คลับตามเดิม แต่คราวนี้
เธอลดตัวลงมานั่งกับแขกโดยหวังจะได้เงินไปรักษาสามี แต่เธอก็ไม่เคยยอมให้ใครล่วงเกิน
มากไปกว่านั้น....
รัมภารู้เข้าก็ยิ้มอย่างสะใจ ที่เห็นคู่แข่งของเธอตกอับได้ถึงขนาดนี้

“คุณรัมภา...คุณมาได้ยังไง”
ดลอุทานด้วยความแปลกใจที่เห็นหญิงสาวเดินเข้ามาในไซด์งานก่อสร้างที่เขากำลังดูแลอยู
่ อีกฝ่ายไม่ตอบ หากเดินเลี่ยงไปยังมุมลับตาคน ดลเดินตามมาติดๆ ก่อนจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดและซุกไซ้ซอกคอของเธอด้วยลีลาของชายเจนเชิง
“ผมไม่เคยลืมคุณได้เลยนะ แม้แต่วินาทีเดียว คืนนี้ เราไปเที่ยวด้วยกันนะ...จะได้กลับมาทบทวนความหลังกันอีกครั้ง”
อีกฝ่ายยิ้มให้เขาอย่างยั่วยวน
“ แค่เที่ยวเฉยๆน่ะได้...แต่ถ้าคุณอยากได้มากกว่านั้น
มันก็ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนกันหน่อย”
“อะไรล่ะครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“ ทำลายยายพิไลให้แหลกคามือคุณน่ะสิ”
คนฟังอึ้งไป รัมภามองลึกเข้าไปในดวงตาคมกล้าของเขา
“ อย่าบอกนะว่าผู้ชายอย่างคุณไม่ได้สนใจมัน ”
“ผมสนใจคุณมากกว่า”
ดลว่าพลางก้มหน้าลงมาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ รัมภาเอียงหน้าหลบอย่างมีจริต
“ภาไม่หนีไปไหนหรอกค่ะ ขอให้งานสำเร็จเถอะ แล้วคุณอยากจะได้อะไรภาก็จะให้”
“ ไม่ได้หรอก....เขาเล่นตัวออกจะตายไป”
“ แล้วทำไมคุณจะปล่อยให้แม่นั่นเล่นตัวต่อไปล่ะคะ นี่ ดลขา ภาจะบอกอะไรให้นะคะ ผู้หญิงก็เล่นตัวไปอย่างงั้นแหละ แต่ถ้าผู้หญิงคนไหนลองได้สัมผัสความหนุ่มแน่นของคุณ ขี้คร้านจะติดใจ...คุณเองก็มีใจกับเขาอยู่แล้ว ทำไมปล่อยให้เขาดูถูกอยู่ได้ล่ะค่ะ...หรือว่า...ตอนนี้ คุณหมดน้ำยาแล้ว”
ชายหนุ่มยิ้มกริ่มก่อนตอบว่า
“น้ำยาของผม มันไม่หมดง่ายๆหรอก แต่เรื่องนี้มันไม่ง่ายนะ...”
“ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายสิคะ... ลองคิดดูนะคะ... ถ้าคุณทำงานนี้สำเร็จ...คุณจะได้ชื่นชมทั้งแม่นักร้องคนนั้น แล้วก็ได้รางวัลจากภา สองต่อเลยนะ...”
ข้อเสนอของรัมภา ทำให้ดลตาวาวขึ้นมาด้วยความสนใจ
....งานนี้เขามีแต่ได้กับได้เท่านั้น
.......
คืนนั้น พิไลเดินออกมาร้องเพลงที่หน้าเวที ด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ
โดยไม่รู้เลยว่า รัมภาได้ไปบอกกับคุณลาวัลย์ว่า เธอแอบคบชู้สู่ชายลับหลังผู้เป็นสามี
รัมภาบอกให้คุณลาวัลย์ไปรับตัวลูกชายกลับในคืนนั้น ขณะที่เธอบุกไปที่บ้านเช่าของพิไลเพื่อรับตัวชายหนุ่มไปดูพฤติกรรมของเมียรักให้เห็น
กับตา
พอรู้ว่ารัมภามาด้วยเรื่องอะไร ไววิทย์ถึงกับตกตะลึง แข้งขาอ่อนเปลี้ย
แทบไม่มีแรงทรงตัว
“ไม่จริง พิไลไม่ทำอย่างนั้นแน่”
“ ภาถึงได้มาชวนคุณไปดูให้เห็นกับตายังไงล่ะคะ”
รุ่งได้ยินว่าน้องสาวอันเป็นที่รักกำลังถูกกล่าวหา ก็เดินออกมาจ้องหน้าแขก
ไม่ได้รับเชิญอย่างไม่พอใจ
“ ไม่จริง พิไลรักคุณไววิทย์จะตายไป....มันไม่ทำตัวเลวทรามต่ำช้าอย่างนั้นหรอก ถ้าจะมาใส่ร้ายคนอื่นก็กลับไปซะ บ้านนี้ยินดีต้อนรับเฉพาะกับคน แต่สำหรับ บ่าง เราไม่ยินดีต้อนรับ ไป๊ ”
อีกฝ่ายหันไปยิ้มเยาะ
“เธอมัวแต่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านจะไปรู้อะไร....นี่ฉันจะบอกให้นะ ใครเขาก็รู้กันทั่วว่ายายพิไล นักร้องสาวดาวเด่นประจำกินรีไนต์คลับ เนื้อหอมขนาดไหน...ทั้งนายทหาร นักธุรกิจ มาติดพันให้ยั้วเยี้ยไปหมด ภาคิดแล้วว่าคุณไววิทย์ต้องไม่เชื่อ....เหมือนที่ภาเองก็ไม่อยากจะเชื่อแต่มันก็เป็นไปแล้ว... แม่พิไลคนดีๆของคุณมีชู้ ได้ยินไหมคะ”
ไววิทย์ขัดขึ้นเสียงแข็ง
“ ไม่จริง ภากำลังใส่ร้ายเมียผมนะ...”
“ ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็ไปดูให้เห็นกับตาสิจะได้รู้ความจริงซะทีว่าตัวเองถูกเมียสวมเขา
มานานแค่ไหนแล้ว ”
รัมภาพูดอย่างมั่นใจในหลักฐานของตัวเอง ....ยิ่งทำให้เลือดในกายของไววิทย์
เดือดพล่านขึ้น
“ได้ ผมจะไป”
“คุณไววิทย์ ... อย่าไปเชื่อมันนะคะ มันโกหก...”
รุ่งท้วงขึ้นเสียงหลง หากอีกฝ่ายกลับแน่วแน่กับความคิดของตัวเอง
“ผมไม่เชื่อหรอก... แต่ที่ผมต้องไปให้เห็นกับตา เพราะผมไม่อยากให้ใครมาว่าเมียผมเหมือนกัน”
ไววิทย์ส่งลูกสาวคนเล็กให้รุ่งรับไปดูแล ก่อนเดินตามรัมภาออกไป
กระเทยสาวใหญ่ได้แต่มองตามไปอย่างร้อนใจ....
.........
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถเก๋งคันงามก็แล่นเข้ามาจอดซุ่มอยู่ที่หน้ากินรีไนท์คลับ
ขณะนั้น บรรยากาศภายในร้านกำลังคึกคัก บนเวทีนักร้องกำลังร้องเพลงอย่างสนุกสนาน นักเที่ยวบางส่วนออกไปเต้นรำกับพาร์ทเนอร์สาวสวย
ขณะที่พิไลจำต้องออกมาพูดคุยกับแขกที่เธอไม่เต็มใจ
“ กรุณาพูดธุระของคุณมาเถอะค่ะ... ดิฉันต้องรีบกลับ”
เธอบอก แต่ดลกลับยื่นแก้วน้ำส้มให้เธออย่างใจเย็น
“ ดื่มเป็นเพื่อนผมซักแก้วสิ...ไม่มีแอลกอฮอล์หรอกน่ะ ผมรู้ว่าคุณไม่ดื่มของพวกนั้น
ก็เลยสั่งน้ำส้มคั้นให้คุณ ”
“ ขอบคุณค่ะ แต่อย่าบังคับใจดิฉันเลย แค่นี้ ดิฉันก็ลำบากใจมากแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ” หญิงสาวฉวยกระเป๋าทำท่าจะลุกขึ้น....ดลจึงตัดสินใจพูดเพื่อเหนี่ยวรั้งให้เธออยู่ต่อ
“ผมรู้ว่าสามีกำลังหางานพิเศษทำ...ตอนนี้ผมกำลังขยายงาน มีตำแหน่งงานว่างให้เขา”
“ขอบคุณมากค่ะ ที่กรุณาครอบครัวของเรา...แต่ดิฉันว่าเขาคงไม่รบกวนคุณหรอกค่ะ”
“อย่าด่วนใจร้อนปฏิเสธความหวังดีของผมเลย ลองไปคุยกับเขาดูก่อนก็ได้ครับ ถ้าเขาไม่อยากทำก็ไม่เป็นไร...แต่ผมอยากจะช่วยสามีคุณจริงๆ...อย่างน้อยก็ลบล้างความผิดที่ผมเคยล่วงเกินคุณ”
“เก็บความหวังดีของคุณไว้เถอะค่ะ...”
หญิงสาวทำท่าจะเดินไป ดลลองเสี่ยงอีกครั้ง
“ผมเสียใจมากนะที่คุณมองข้ามความหวังดีของผมไป...แต่ไม่เป็นไรครับ... ผมคงไม่ใช่คนดีในสายตาของคุณ...”
น้ำเสียงที่อ่อนโยน กรอปกับสายตาที่เศร้าหมอง
ทำให้พิไลหันไปมองหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาอ่อนโยนลง
“ดิฉัน...”
ดลได้ที ไม่ปล่อยโอกาสนั้นผ่านไป เขาหันไปฝืนยิ้มให้เธออย่างเศร้าหมอง
“ถ้าอย่างนั้น ได้โปรดดื่มเพื่อเป็นเกียรติกับผมซักนิดนะครับ...ไม่เช่นนั้นผมคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตที่คุณไม่ยกโทษให้...คิดซะว่า แทนคำขอโทษจากผม”
พิไลไม่คาดคิดว่าจะถูกปองร้าย เธอตัดสินใจยกแก้วน้ำส้มขึ้นมาดื่ม
ก่อนจะวางลง แล้วเดินออกไป ดลยิ้มอย่างสมใจ ก่อนหันไปเรียกพนักงานเสิร์ฟ
“ น้อง...เก็บตังค์ ”
จ่ายเงินให้พนักงานเสริ์ฟไปแล้ว ดลก็เดินตามพิไลออกไป ยังไม่ทันพ้นตัวร้านด้วยซ้ำ
หญิงสาวก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
แต่ก่อนที่ร่างของเธอจะล้มพับลงไป มือแข็งแรงของใครคนหนึ่งก็เข้ามารั้งร่างของเธอไว้
ไววิทย์แอบมองอยู่ในรถกับรัมภา ถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
“ผมคิดไม่ถึงเลยว่า เขาจะทำตัวต่ำช้าอย่างนี้ เสียแรงที่ผมไว้ใจ...”
เขาทำท่าจะเปิดประตูลงไป แต่ถูกสาวไฮโซดึงแขนเอาไว้
“อย่าเพิ่งไปค่ะคุณไววิทย์... ภาว่าเราตามไปดูให้รู้ดำรู้แดงเลยดีกว่า จะได้มีหลักฐานมัดตัวคนผิดไงคะ”
ไววิทย์ยอมนั่งนิ่งทั้งที่ในใจร้อนเร่า หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆเขายิ้มอย่างสะใจ
เมื่อรถของดลแล่นออกไปแล้ว เธอจึงขับรถตามไปห่างๆ...
ดลขับรถหายเข้าไปในโรงแรมย่านชานเมือง ก่อนจะประคองร่างไร้สติของพิไล
เดินหายเข้าไปด้วยกัน ไววิทย์อดรนทนไม่ไหว ทำท่าจะก้าวลงไปจากรถ แต่รัมภา
ยังเหนี่ยวรั้งเขาไว้อย่างแน่นหนา
“คุณไววิทย์จะไปทำอะไรเขาคะ”
“ผมจะไปฆ่ามัน...”
ชายหนุ่มบอกออกมาอย่างโกรธแค้น
“ไม่เอาค่ะคุณไววิทย์....ฆ่าเขา คุณก็ต้องติดคุก...คิดถึงลูกเอาไว้ให้มากสิคะ...อีกอย่างคุณป้าก็คงจะเสียใจมาก ถ้าคุณเอาอนาคตมาทิ้ง เพราะผู้หญิงเลวๆเพียงคนเดียว...”
เมื่อพูดถึงแม่ ชายหนุ่มถึงกับนิ่งงันด้วยความเสียใจ อีกฝ่ายได้ทีรีบพูดต่อ
“ถ้าเขาไม่รักดี ก็ปล่อยเขาไปตามทางเถอะค่ะ คิดซะว่าคุณกับเขาทำบุญร่วมกันมาแค่นี้นะคะ...กลับบ้านเรานะคะ....คุณยังมีคุณป้า ยังมีภา ที่รักคุณอย่างจริงใจ”
รัมภาดึงมือไววิทย์กลับขึ้นรถ ชายหนุ่มซบหน้าลงกับคอนโซลหน้ารถด้วยความปวดร้าว
.........
พิไลลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจที่เห็นตัวเองอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า
เธอกวาดตามองไปรอบๆก่อนหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ พอเห็นดลใส่ผ้าขนหนูเดินออกมาจากห้องน้ำ เธอก็พุ่งเข้าไปหาเขา ด้วยความโกรธแค้น
“แก แกทำลายฉัน ... ไอ้คนชั่ว ไอ้คนสารเลว”
อีกฝ่ายพยายามปัดป้อง และจับมือเธอไว้แน่น
“ไม่เอาน่ะ พิไล...เราต่างก็มีความสุขด้วยกันไม่ใช่เหรอ...”
“ ไปตายซะเถอะ...ฉันจะฆ่าแก...”
พิไลหยิบขวดเบียร์ขึ้นมาทุบให้แตก แล้วพุ่งเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง แต่ดลหลบได้ทันจึงหันไปตบหน้าเธอฉาดใหญ่พร้อมทุบเข้าไปที่กลางลำตัว เท่านั้นเอง เธอก็สิ้นเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ ชายโฉดจึงอุ้มร่างของเธอขึ้นวางบนเตียงแล้วเริ่มปฏิบัติการชั่วต่ออีกครั้งอย่างหนำใ

พิไลซมซานออกมาจากโรงแรมอย่างสิ้นไร้เรี่ยวแรง
แต่กลับถูกผกาพุ่งเข้ามาตบหน้า และด่าว่าอย่างสาดเสียเทเสีย เพราะเข้าใจว่า กำลังจะถูกแย่ง
สามี พิไลสิ้นไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ จำต้องปล่อยให้อีกฝ่ายทำร้ายจนหนำใจ กว่าที่ดลจะมาห้าม
ไว้ได้
“ อย่าให้ฉันรู้นะว่าเธอมายุ่งกับผัวฉัน .... ฉันเอาแกตายแน่”
ผกาคาดโทษเธอไว้ ก่อนที่ดลจะพาเธอออกไปจากตรงนั้น
ปล่อยให้พิไลนอนซมอยู่กับพื้นเหมือนผ้าขี้ริ้วที่ไร้ความหมาย


“กลับบ้านเราเถอะลูก...อย่าอยู่กับนังผู้หญิงใจทรามอีกต่อไปเลย เอาลูกของแกไปด้วย ยังไงมันก็เป็นหลานของแม่...แม่เลี้ยงได้...แม่ทนไม่ได้ที่จะเห็นลูกของแม่...ถูกหยามน้ำใจอย่างนี้”
คำพูดของผู้เป็นแม่ ทำให้น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งไหลออกมาอย่างสุดที่จะระงับไว้ได้
ไววิทย์หันไปมองหน้าลูกน้อยในอ้อมแขน ก่อนจะรับคำกับผู้เป็นแม่
รุ่งได้แต่ร้องห้ามด้วยความตกใจ เธอไม่เชื่อแม้แต่น้อยว่าพิไลจะนอกใจสามีที่รัก
ยิ่งกว่าดวงใจได้ลงคอ
“ ไม่นะคะคุณไววิทย์...จะตัดสินใจยังไง ก็ถามไถ่กันให้รู้ความจริงจากปากพิไลซะก่อน...บางที อาจจะมีคนใส่ร้ายพิไลก็ได้นะคะ”
“ ใครบังคับให้น้องสาวของเธอเข้าโรงแรมกับผู้ชายได้ล่ะ ถ้าเขาไม่เต็มใจ”
รัมภาหันไปพูดดักคอ รุ่งถึงกับนิ่งอึ้น เถียงไม่ออก ไววิทย์จึงหันไปพูดซ้ำ
“ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะพี่รุ่ง ผมคงทนเห็นหน้าเขาต่อไปไม่ได้ เขาเลวเกินกว่าที่ผมจะให้อภัยได้จริงๆ”
“ไปได้แล้วลูก...ข้าวของอะไรก็ไม่ต้องเอาไป มันคงไม่มีค่าอะไรนักหรอก”
คุณลาวัลย์พูดจบก็เข้ามาดึงมือลูกชายออกไป รัมภาเอื้อมมือไปคว้าเด็กหญิงในอ้อมอกของไววิทย์ กระเทยสาวใหญ่ปรี่เข้าไปยื้อแย่งด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีอยู่
“ไม่นะ ฉันไม่ให้แกเอาหลานฉันไป”
“อย่าไปยอมมันลูก... เอาหลานป้าไปให้ได้”
คุณลาวัลย์บอกเสียงเฉียบขาด หากทั้งสองฝ่ายไม่มีใครยอมใคร
แต่ในที่สุด รัมภาก็ได้ตัวเด็กหญิงไปครอง
พิไลซมซานกลับมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เธอร้องถามเสียงหลง
“...คุณจะเอาลูกฉันไปไหน”
“ เอาไปจากแม่เลวๆอย่างเธอน่ะสิ”
รัมภาหันไปตวาดใส่
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอคะคุณท่าน ทำไมถึงได้ทำกันอย่างงี้”
พิไลหันไปถามคุณลาวัลย์ทั้งน้ำตา ขณะนั้นเอง
ไววิทย์ก็อุ้มลูกสาวคนเล็กของเธอออกมาจากบ้าน
“ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ .... นังผู้หญิงแพศยากากี....ฉันจะอยากจะฆ่าเธอนัก”
“คุณจะด่าจะว่าอะไร ก็ช่วยบอกให้พิไลเข้าใจหน่อยเถอะค่ะ พิไลจะได้รู้ว่าพิไลทำผิดอะไร...คุณถึงได้โกรธแค้นพิไลนัก”
ไววิทย์กัดกรามแน่นจนแก้มนูนเป็นสัน
“บอกมาสิว่าเธอไปนอนกับใครมา”
“คุณไววิทย์”
หญิงสาวร้องครางออกมาด้วยความตกใจสุดขีด
“เธออย่าคิดนะว่าจะหลอกฉันได้... ฉันรู้ความจริงหมดแล้วว่า ลับหลังฉัน เธอทำตัวเลวทรามต่ำช้ายังไง”
เสียงของชายหนุ่มสั่นไปด้วยความโกรธและเสียใจ
“แต่มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะคะคุณกำลังเข้าใจผิด พิไล .... พิไลไม่ได้เต็มใจเลยซักนิดเดียว...พิไลถูกมันหลอก มันทำร้ายพิไล”
หญิงสาวผู้อาภัพพยายามอธิบายด้วยน้ำตานองหน้า แต่รัมภากลับพูดขัดขึ้น
โดยไม่ยอมให้เธอมีโอกาสบอกเล่าความจริง
“...ต๊าย ช่างกล้าพูดออกมาได้ไม่อายปาก อย่าไปเชื่อมันนะคะคุณวิทย์ ผู้หญิงกลางคืนอย่างมัน ไม่มีอะไรน่าเชื่อถือได้หรอกค่ะ...”
“ฉันเสียใจเหลือเกินที่หลงรักเธอ หลงกอดนังงูพิษอย่างเธอมาตลอด สามปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ ฉันรู้แล้วว่า จิตใจของเธอมันชั่วช้าสามานย์...ไม่ต่างไปจากสัตว์เดรัจฉานที่สมสู่ไม่เลือก ทั้งที่ลูกผัวก็มีอยู่ทนโท่...”
พิไลไม่อาจทนรับฟังต่อไปได้ เธอเอามือปิดหู กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“ไม่จริงงงง”
“เธอคงจะหลอกฉันมานานแล้วล่ะสิ แต่เสียใจด้วยนะ ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้ว ถึงได้รู้เช่นเห็นชาตินังกากีอย่างเธอ....ทำไมล่ะพิไล ที่ฉันให้ความรัก ความภักดีต่อเธอ มันยังไม่หนำใจเธอใช่ไหม เธอถึงได้ทำผิดคิดชั่วกับฉันได้ลงคอ...ฉันอยากจะเอามีดกรีดหัวใจสีดำของเธอออกมาดูนัก ว่ามันทำด้วยอะไร...”
“พอเถอะลูก คนเลวๆอย่างมัน หัวใจคงจะด้านจนไม่รู้สึกรู้สาอะไรแล้วล่ะ ด่าไปก็ไม่มีประโยชน์...แม่ทนเห็นหน้ามันต่อไปไม่ไหวแล้ว”
คุณลาวัลย์เดินเข้ามาดึงมือลูกชายออกไป แต่พิไลทรุดตัวลงกอดขาเขาเอาไว้แน่น
น้ำตาร่วงหล่นลงบนเท้าของเขา
“คุณไววิทย์ขา...อย่าเพิ่งไป ได้โปรดฟังพิไลด้วยเถอะค่ะ...พิไลจะไม่แก้ตัวในสิ่งที่เกิดขึ้น... แต่พิไลอยากให้คุณรู้ว่า พิไลรักคุณยิ่งกว่าดวงใจของพิไล...แม้แต่ชีวิต พิไลก็ให้คุณได้”
แต่หยาดน้ำตาของเธอไม่อาจละอายหัวใจที่เจ็บปวดของเขาได้
ภาพที่เธอเดินหายเข้าไปในโรงแรมกับ”ชายชู้” ยังติดอยู่ในหัวใจของเขาอย่างแน่นหนา
“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว...พอกันที... อย่าได้มีเวรกรรมกันอีกเลย ขอให้เธอเกลือกกลั้วกับสิ่งโสมมต่อไปเถอะ...”
ชายหนุ่มผลักร่างของเมียรักออกไปอย่างรังเกียจ
ก่อนจะอุ้มลูกน้อยเดินออกไปจากบ้าน พิไลตรงเข้าไปยื้อแย่งลูกสาวเอาไว้ด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด
ที่เหลืออยู่
“อย่าเอาลูกพิไลไป...”
รุ่งเข้าไปช่วยอีกแรง คุณลาวัลย์จึงหันไปบอกกับรัมภา
“แม่รัมภา...รีบพาหลานไปก่อนเถอะ ป้าจะกันพวกมันไว้เอง”
“ค่ะ คุณป้า”
รัมภารับคำก่อนจะเดินตรงลิ่วออกไป
“อย่า... อย่าลูกฉันไป อั้มลูกแม่...”
พิไลร้องเรียกสุดเสียง เมื่อเห็นรัมภาอุ้มเด็กหญิงอั้มไป
ไววิทย์ทำท่าจะอุ้มลูกคนเล็กไปอีกคน พิไลจึงพุ่งเข้าไปแย่งเอาไว้ได้ เด็กหญิงอุ้มร้องไห้จ้าในอ้อมอกแม่ แล้วรุ่งก็ถือมีดออกมายืนจังก้าขวางไววิทย์เอาไว้
“เอาซี้...ถ้าใครเข้ามา อีรุ่งเอาตายแน่”
คุณลาวัลย์เห็นท่าไม่ดีจึงเข้าไปดึงแขนลูกชายไว้
“ไปลูก...เลือดชั่วๆก้อนเดียว ทิ้งมันไว้ที่นี่แหละลูก...ไปเถอะ...เดี๋ยวจะถูกมันฆ่าตายซะก่อน”
“ก็ได้...”
ชายหนุ่มแค่นคำออกมา ก่อนหันไปชี้หน้าผู้หญิงที่เขายอมทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับเธอ
“...ฉันจะให้ยายอุ้มกับเธอ แต่ยายอั้ม ต้องเป็นของฉัน ไปเถอะครับคุณแม่”
พูดจบเขาก็เดินจากไป พิไลได้แต่กอดลูกไว้แนบอก ทำท่าจะเดินตาม แต่รุ่งดึงแขนไว้
“ปล่อยเขาไปเถอะพิไล....ถึงตามไปตอนนี้ มันก็ไม่ประโยชน์หรอก”
“แต่ลูก...เขาเอาลูกพิไลไปแล้ว...” หญิงสาวกอดลูกร้องไห้คร่ำคราญปริ่มจะขาดใจ รุ่งกอดพิไลไว้ด้วยความสงสาร ในชะตาชีวิตของเพื่อนรักรุ่นน้องผู้ต้องเผชิญกับมรสุมเคราะห์กรรมที่แสนหนักหน่วง

คืนนั้นเอง พิไลนั่งซึมอยู่ในมุมห้อง เธอมองลูกสาวคนเล็กที่หลับตาพริ้ม ไม่รับรู้เรื่องราวความเจ็บปวดของผู้เป็นแม่ ก่อนจะหยิบกระดาษขึ้นมาบันทึกความในใจ ขณะที่น้ำตาไหลนองหน้า
“คุณไววิทย์ขา...ตอนที่คุณได้อ่านจดหมายฉบับนี้...วิญญาณของพิไล คงออกไปจากร่างแล้ว...อโหสิกรรมให้พิไลด้วยนะคะ พิไลรู้ดีว่า พิไลสกปรกเกินกว่าที่จะได้รับความรักจากคุณต่อไป...พิไลจะไม่ร้องขอให้คุณเมตตา...ถึงแม้ว่า เรื่องที่เกิด พิไลจะไม่ได้ตั้งใจประพฤติชั่วช้าสามานย์อย่างที่คุณว่า... แต่ชีวิตที่ถูกย่ำยีไปแล้ว...ก็เหมือนตราบาปที่พิไลไม่อาจทนแบกหน้ามีชีวิตอยู่ต่อไปได้… ฝากลูกของเราด้วยนะคะ...ชาตินี้พิไลขอลาก่อน”
เธอวางกระดาษลงก่อนเดินเข้าไปหาลูกสาว
“ลูกจ๋า...ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้เราได้เกิดมาเป็นแม่ลูกกันอีกนะ...แม่ขอลาก่อน...”
เธอบรรจงจูบลูกด้วยความอาลัยรัก ก่อนจะเดินไปหยิบเชือกที่วางอยู่มุมห้อง
แล้วเดินขึ้นไปบนเก้าอี้ เธอหันมามองลูกเป็นครั้งสุดท้าย ร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด
ก่อนจะโยนเชื่อกขึ้นไปบนขื่อ ตัดสินใจเฮือกสุดท้าย เอาเชื่อกมาผูกคอตัวเอง...
รุ่งนอนกระสับกระส่าย ด้วยความเป็นห่วงพิไล มีเสียงแง้มเปิดประตูดังขึ้น
กระเทยสาวถลันออกไปพร้อมกับมีดยาวที่เธอที่ไม่ยอมให้ห่างตัว พอเห็นหน้าคนที่เดินเข้ามา
เธอก็ร้องเสียงดังด้วยความดีใจ
“ป้อง...มาได้ไง”
“เพื่อนฉันไปบอกว่าพิไลกำลังมีเรื่อง ก็เลยแวะมาดู”
ชายหนุ่มบอกพลางกวาดตามองหา รุ่งถอนใจอย่างหนักหน่วง
“ปางตายเลยล่ะแก...อยู่ดีๆ ก็ถูกคนใจทรามทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ...กลับมาถึงบ้าน ลูกผัวยังถูกพรากไปอีก”
“เวรกรรมจริงๆ”
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความหนักใจ ทันใดนั้นเอง ทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงโครมคราม
ดังออกมาจากในห้องนอนของพิไล รุ่งพุ่งไปที่ประตู
“พิไล...พิไล...เปิดประตูเดี๋ยวนี้ พิไล...เปิดประตู”
รุ่งร้องเรียกเสียงดังพลางทุบประตู แต่เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับมา
ป้องจึงตัดสินใจถีบประตูไม้อย่างแรงจนกระเด็นออกไป
ภาพที่เห็น ทำให้ทั้งคู่ถึงกับตัวชา
ร่างของพิไลห้อยโตงเตงอยู่บนขื่อ
ป้องพุ่งเข้าไปกอดขาพิไลเอาไว้ รุ่งรีบเอาเก้าอี้มาตั้ง ก่อนก้าวขึ้นไปช่วยแก้เชือก
ที่ลำคอของพิไลด้วยความเป็นห่วง
“โธ่ พิไล ทำไมแกถึงได้ทำอะไรบ้าๆอย่างนี้”
ป้องอุ้มร่างพิไลที่หมดสติไปวางบนที่นอน พยายามเรียกด้วยความร้อนใจ
ครู่ใหญ่ เธอจึงค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น พร้อมกับหยาดน้ำตาที่รินไหลเป็นทาง
“ป้อง ช่วยฉันไว้ทำไม ฉันอยากตาย...”
หญิงสาวร่ำไห้คร่ำครวญปริ่มว่าจะขาดใจ
“ทำไมเธอยอมแพ้ง่ายๆล่ะพิไล...กว่าที่คนเราจะเกิดมาได้ ไม่ใช่ง่ายๆนะ”
เด็กหญิงแผดเสียงร้องไห้จ้า รุ่งเดินไปอุ้มลูกสาวของคนเล็กของพิไล เอามายื่นให้กับผู้เป็นแม่
“ดูลูกของแกสิพิไล...ถ้าแกเป็นอะไรไป...ลูกของแกมันจะอยู่ยังไง จะทำอะไรก็คิดถึงลูกให้มากๆ...พ่อมันทิ้งไปแล้ว แกยังจะทิ้งมันไปอีกคนเหรอ”
พิไลรับลูกสาวไปอุ้มไว้แนบอก พร้อมกับปล่อยเสียงสะอื้นออกมาจนตัวโยน
ป้องกับรุ่งที่ยืนมองอยู่ ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว

ตราบาปที่ดลฝากเอาไว้ ทำให้พิไลได้ลูกติดท้องมาอีกหนึ่งคน
...เมื่อครบกำหนดคลอด ป้องกับรุ่งช่วยกันประคองพิไลเข้ามาในโรงพยาบาลอย่างทุลักทุเล แต่ทั้งสามต้องชะงัก เมื่อเห็นไววิทย์ประคองรัมภาที่กำลังเจ็บท้องใกล้คลอดลงจากรถ
โดยมีคุณลาวัลย์ และหญิงรับใช้ถือตะกร้าของใช้เด็กเดินตามด้วยความเป็นห่วง บุรุษพยาบาลเข็นรถเข้าไปด้านใน ขณะที่รัมภาจับมือไววิทย์แน่น ทิ้งให้ พิไลมองตามไปอย่างสะท้อนใจ
รุ่งจับมือพิไลพลางปลอบโยน
“...ถึงลูกของแก มันจะไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นเขา แต่มันก็จะมีทั้งพี่ กับ ไอ้ป้อง คอยเลี้ยงดูมัน....”
พิไลเอามือลูบท้องตัวเองอย่างแผ่วเบา ขณะที่ป้องหันไปมองหน้ารุ่ง ต่างก็นิ่งอึ้ง
พูดอะไรไม่ออก ทั้งสองมองตามพิไลที่ตอนนี้ถูกนำตัวเข้าห้องคลอดด้วยความเป็นห่วง
.........
ลูกของรัมภานอนตาแป๋วอยู่ในอ้อมแขนของผู้เป็นแม่ คุณลาวัลย์มองหลานสาว
ด้วยความรัก
“น่าเกลียดน่าชังจริงๆ หลานย่า...”
ไววิทย์มองลูกสาวด้วยแววตาหม่นหมอง ทั้งที่วันนี้ น่าจะเป็นวันที่เขามีความสุขมากที่สุด แต่ครั้นได้เจอหน้าพิไล ภาพบัดสีที่เธอเดินหายเข้าไปในโรงแรมกับชายอื่น ก็ทำลายความรักความหลังไปจนหมดสิ้น รัมภาพอจะเดาความรู้สึกของสามีออก จึงหันไปพูดกับเขา
ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“อุ้มลูกของเราสิคะ คุณไววิทย์”
ชายหนุ่มรับลูกมาอุ้มอย่างเบามือ
รัมภายิ้มอย่างสมใจ ก่อนจะหันไปคุยกับคุณลาวัลย์
“คุณแม่ตั้งชื่อให้หลานหน่อยสิคะ”
อีกฝ่ายยิ้มแก้มแทบปริ
“พ่อชื่อ ไววิทย์ แม่ชื่อรัมภา ย่าชื่อลาวัลย์ ... วิลันดาดีไหมลูก”
“วิ .... วิลันดา .... เพราะมากค่ะคุณแม่”
รัมภาทวนชื่อลูกสาวอย่างภาคภูมิใจ....ลูกสาวคนนี้ จะเป็นโซ่ยึดเหนี่ยวจิตใจเขาไว้
ไม่ให้ไปจากเธออีกเลยตลอดชีวิต......
แตกต่างจากอีกมุมหนึ่งของโรงพยาบาล....
พิไลปลายตามองลูกชายคนเล็กอย่างว่างเปล่า ไม่ยอมแม้แต่จะอุ้มด้วยซ้ำ
ป้องกับรุ่งต่างก็เข้าใจความรู้สึกของเธอ ขณะที่คนทั้งสองกำลังช่วยกันตั้งชื่ออยู่นั้น
พิไลก็โพล่งชื่อหนึ่งขึ้นมา
“เดชก็แล้วกัน... ฉันอยากเก็บไว้เตือนใจตัวเองไม่ให้ลืมว่า ชีวิตของฉันพังย่อยยับลงไป เพราะพ่อของมัน”
รุ่งหันไปมองป้องอย่างอ่อนใจ.... เดชกำลังจะกลายเป็นตัวแทนความเจ็บช้ำ
ทั้งที่เขาไม่มีความผิดเลยแม้แต่น้อย
--------------------------จบตอน2--------------------------------
Endless Love

จะรอดูพี่โฬม emotion_087.gif
louktan
อ่านแล้วนาดูมากๆเลยคะ
jazzwu
h1.gif h1.gif

เดี๋ยวจะหารูปสวย ๆ ของน้องเจนี่ กะ โฬม สุดหล่อ มาฝากนะจ๊ะ....

h1.gif h1.gif
Bobear
ชอบมาก ๆ เลยคร่า....
อ่านแล้วรู้สึกมันส์มากเลย เตรียมรอดูเรื่องนี้อยู่


emotion_087.gif emotion_087.gif emotion_087.gif emotion_087.gif emotion_087.gif
jazzwu
QUOTE(Bobear @ Aug 30 2007, 01:11 AM)
ชอบมาก ๆ เลยคร่า....
อ่านแล้วรู้สึกมันส์มากเลย เตรียมรอดูเรื่องนี้อยู่


emotion_087.gif  emotion_087.gif  emotion_087.gif  emotion_087.gif  emotion_087.gif
*



ค๊า...รอชมนะค๊า...มันส์จริง ๆ ค่ะ
เรื่องนี้นางเอกเราสู้ขาดใจเลยค่ะ
ไม่ยอมให้ใครมาข่มเหงง่าย ๆ....
microsoft35
ติดละครเรื่องนี้มากเลยครับ สนุกมากๆเลย


===============================================
เรียนภาษาอังกฤษ, สอบ TOEFL, ศึกษาต่อต่างประเทศ คลิกที่นี้
http://www.ToeflThailand.com


jazzwu
ไม่อนุญาตให้คัดลอกข้อความ นิยาย กรุงเทพฯ ราตรี
ไปโพสต์หรืออะไรก็แล้วแต่

หนังสือจะวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้


กรุงเทพฯ ราตรี Credit: รัตน์บุตร์

ตอนที่ 3

พ.ศ. 2515...กรุงเทพมหานคร
รถสามล้อเครื่องคันเก่าแล่นมาจอดหน้าบ้านไม้สองชั้นหลังเล็กที่ถูกระบายด้วยสีฟ้าอ่อ
น พื้นที่สวนหย่อมถูกจัดไว้ด้วยไม้ประดับสวยงาม และมีม้าหินอ่อนสำหรับนั่งพักผ่อน ก่อนจะถึงรั้วไม้สีขาวที่กั้นอยู่ริมถนน หญิงสาวในชุดนักศึกษากระโดดลงจากรถอย่างแคล่วคล่อง แววตาของเธอร่าเริงเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ริมฝีปากอิ่มเอิบแย้มยิ้มประดับดวงหน้าให้สวยงาม ถอดแบบอย่างแม่เมื่อยังสาวไม่ผิดเพี้ยน
“แม่จ๋า....” เธอร้องเรียกขณะวิ่งเข้ามาในบ้าน
“เบาๆสิลูก เป็นสาวเป็นนาง…เดี๋ยวก็หัวร้างข้างแตกหรอก”
รุ่งร้องปราม หญิงสาวถลาเข้ามากอดกระเทยสาวที่เธอเรียกติดปากว่า”ป้า”
แล้วหอมแก้มฟอดใหญ่
“อุ้มดีใจนี่จ๊ะ...ที่เรียนจบซะที...ต่อไปนี้อุ้มจะทำงานหาเงินเลี้ยงแม่กับป้าเอง”
ป้องเดินออกมามองแล้วค้อนให้
“แล้วลุงล่ะ...จะปล่อยให้ลุงอดตายหรือไง”
หญิงสาวเดินเข้าไปเกาะแขนลุงอย่างประจบ
“แหม ใครจะลืมลุงป้องที่น่ารักได้ลงคอล่ะจ๊ะ...แล้วแม่พิไลอยู่ไหนล่ะจ๊ะ”
ป้องกับรุ่งหันมามองหน้ากันอย่างหนักใจ อริตาจึงปรี่เข้าไปในบ้าน
หวังจะบอกข่าวดีกับผู้เป็นแม่ แต่เธอต้องซึมไป เมื่อเห็นแม่ยังนอนกอดขวดเหล้าอยู่เช่นเดิม
“แม่จ๋า แม่เลิกกินเหล้าได้ไหมจ๊ะ...อุ้มเป็นห่วง”
“แม่ไม่กินให้ตัวเองตายหรอกน่ะ...” พิไลบอกก่อนจะจับผ้ามาเช็ดหน้าโทรมๆของเธอ
อริตามองแม่ด้วยแววตาเศร้าหมอง ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ในบ้านจะดังขึ้น หญิงสาวเดินออกไปรับ
นิ่งฟังปลายสายด้วยสีหน้าถอดสี
มีเรื่องไม่สู้ดีเกิดขึ้นกับ”เดช”น้องชายคนเดียวของเธอ
...ครึ่งชั่วโมงต่อมา สองแม่ลูกก็เดินเข้ามาในสถานีตำรวจ อุ้มปรี่เข้าไปยังห้องขังที่น้องชายของเธอโดนกักตัวอยู่
“เดช....เป็นไงบ้าง”
หญิงสาวกุมมือน้องชายเอาไว้ ทั่วทั้งตัวของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำเป็นที่เกิดจากการชกต่อย
เดช เป็นเด็กหนุ่มผิวเข้ม ดวงตาคมกล้าบอกนิสัยคนอารมณ์ร้อน เขาปล่อยเนื้อปล่อยตัว
จนดูเหมือนพวกนักเลงหัวไม้ แต่ลึกๆแล้วเขาเป็นคนอ่อนไหว และคิดอยู่เสมอว่าแม่ไม่รัก
แต่เขานั้นรักแม่กับพี่สาวมากกว่าใครในโลก
“....ทำไมแกถึงได้เลวอย่างงี้ ทำไม...ฉันสู้อุตส่าห์ทำงานหาเงินส่งเสียให้แกได้เรียนสูงๆ จะได้มีหน้ามีตา ไม่มีใครดูถูก แต่แกทำให้ฉันผิดหวังในตัวแกเหลือเกิน”
พิไลเข้ามาต่อว่าลูกชายทันทีที่ตำรวจปล่อยตัวออกมา
อริตารั้งแขนแม่ไว้
“ แม่จ๋า อย่าว่าน้องเลยนะจ๊ะ... น้องไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่ได้ตั้งใจคบเพื่อนเลวๆงั้นเหรอ ที่ฉันสอน มันไม่ซึมเข้าไปในหัวสมองแกเลยใช่ไหม”
“ผมเสียใจครับแม่”
ลูกชายบอกเสียงแผ่ว เขาไม่กล้าสบตาแม่ด้วยซ้ำ หากผู้เป็นแม่จ้องหน้าลูกชายเขม็ง
“แต่คนที่เสียใจที่สุด ก็คือฉัน...แกรู้ไหม ตั้งแต่เกิดมา แกไม่เคยทำให้ฉันภูมิใจในตัวแกเลย”
พูดจบพิไลก็เดินออกไป ไม่หันกลับมามองหน้าลูกชายอีกเลย
เดชถึงกับก้มหน้าร้องไห้ด้วยความเสียใจ
....เรื่องที่เกิดขึ้น เขาไปช่วยนักศึกษาสาวที่ถูกอันธพาลกระชากกระเป๋าแท้ๆ
เขาควรจะได้รับคำชื่นชม ไม่ใช่คำด่า
อริตากุมมือน้องชายเอาไว้ด้วยความสงสาร
“พี่อุ้ม ผมเสียใจจริงๆ...ไม่ได้เสียใจในสิ่งที่ผมทำนะ แต่ผมเสียใจที่แม่ไม่เคยถามเลยว่า มันเกิดอะไรขึ้น ผมถึงไปก่อเรื่อง...แม่คิดแต่ว่า ผมเป็นลูกที่ไม่รักดี”
อริตาดึงตัวน้องชายเข้ามากอดปลอบโยน
เดชปาดน้ำตาออกจากแก้มด้วยแววตาหม่นหมอง...
...................
กลับมาถึงบ้านพิไลก็เอาแต่นั่งดื่มเหล้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
แต่เธอก็ยังไม่ลืมที่จะแต่งตัวไปร้องเพลงที่”เพชรา” ไนต์คลับซึ่งเธอและป้อง
ช่วยกันเปิดขึ้น ถึงแม้มันจะไม่ได้ใหญ่โต แต่ไนต์คลับแห่งนี้ ก็สร้างรายได้ให้เธอมากพอที่จะ
ส่งเสียลูกสาวลูกชายได้เรียนหนังสือ
แขกในไนต์คลับร้องเรียกหานักร้องขวัญใจของพวกเขาอยู่เป็นทอดๆ
ป้องซึ่งทำหน้าที่ผู้จัดการไนต์คลับ ได้แต่มองผู้หญิงที่เขารักอย่างอ่อนใจ
ที่เห็นนักร้องดาวเด่นของร้านกลายเป็นหญิงขี้เมาไม่ได้สติ พิไลลุกขึ้นแต่กลับเซถลา
หนุ่มใหญ่รีบเข้าไปจับแขนไว้
“ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องขึ้นไปร้องหรอก...เสียแขกเปล่าๆ”
“เธอกำลังดูถูกพิไลนะป้อง”
เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่ฟังแทบไม่รู้เรื่อง
“ไม่ได้ดูถูก....ฉันเป็นห่วงเธอต่างหากล่ะ”
ขณะนั้นเอง รุ่งก็เดินหน้าบานเข้ามา
“ไม่ต้องห่วงหรอก พี่มีตัวแทน รับรองแฟนเพลงของเธอจะต้องพอใจ”
ทั้งสองคนหันไปมองกระเทยสาวสูงวัยด้วยความสงสัย
พิไลเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ใคร” รุ่งยิ้มร่า พลางผายมือกว้างพร้อมถอนสายบัว
“แท่น แทน แท้น...”
สิ้นเสียงของรุ่ง อริตาก็เดินออกมาในชุดสวยที่รุ่งจัดแจงแต่งให้
พิไลหันไปมองลูกสาวอย่างตะลึง ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า ทำให้เธออดคิดถึงอดีตของตัวเองไม่ได้.
อริตาก้าวขึ้นไปร้องเพลงด้วยน้ำเสียงไพเราะ
ท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมจากแขกในร้าน ภาพคุ้นตาเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นกับเธอมาแล้ว เธอรู้ว่าอาชีพนี้มันเริ่มต้นยังไง และจุดจบของมัน ปวดร้าวแค่ไหน เธอจะไม่ยอมให้ลูกสาวต้องเดินตามรอยของเธอเป็นแน่
“...ยิ่งมารู้ มาเห็น ฉันก็ยิ่งสงสารลูกชายของฉันที่จะต้องมาเสียท่าผู้หญิงกลางคืนอย่างเธอ ... แต่ถ้าเธอคิดว่าฉันจะใจดี ยอมให้เธอเข้าไปอยู่ในบ้าน ขอบอกว่าเธอคิดผิด คนอย่างเธอ ฉันไม่รับเป็นสะใภ้ให้เป็นเสนียดจัญไรกับบ้านฉันหรอก...”
เสียงของคุณลาวัลย์ยังชัดเจนในความทรงจำ แม้มันจะผ่านไปยี่สิบกว่าปีแล้วก็ตาม
พิไลหันหลังกลับเข้าร้าน ก่อนที่จะมีใครเห็นน้ำตารินไหลออกมา
พอเพลงจบ เธอก็เรียกลูกสาวมาต่อว่าเสียงดัง
“... ที่แม่ส่งเสียให้อุ้มได้เรียนหนังสือสูงๆ ก็เพราะแม่อยากให้อุ้มมีหน้ามีตาทัดเทียมคนอื่นเขา ... อาชีพเต้นกินรำกิน มันไม่มั่นคงหรอกนะลูก...ไปไหนมีแต่ใครเขาดูถูก...ลูกจะอยากเป็นทำไม”
ผู้เป็นลูกถึงกับน้ำตาคลอด้วยความเสียใจ
เธอตั้งใจที่จะช่วยแม่หาเงินเลี้ยงครอบครัว ไม่คิดเลยว่าจะโดนแม่ดุอย่างนี้
“แต่อุ้มไม่เคยดูถูกอาชีพของแม่...เราไม่ได้ทำอะไรเสียหายนี่จ๊ะ...จะไปสนใจทำไม ใครอยากพูดอะไรก็ปล่อยเขาไปเถอะ”
“แต่แม่ไม่ชอบ...แม่ไม่อยากให้ลูกของแม่มายุ่งกับไฟแสงสี...”
ผู้เป็นแม่บอกเสียงแข็ง
“อุ้มแค่ร้องเพลงนะจ๊ะไม่ได้ไปนั่งกับแขก ไม่ได้ทำตัวเสียหาย”
“ตอนนี้ไม่...อีกหน่อย ใครจะรู้ว่าลูกจะไม่ทำ”
“แม่...แม่กำลังดูถูกอุ้มนะคะ แม่เลี้ยงอุ้มมา แม่ก็น่าจะรู้ว่าอุ้มเป็นคนยังไง”
พูดจบ หญิงสาวก็วิ่งร้องไห้ออกไป พิไลได้แต่มองตามด้วยความเสียใจไม่แพ้กัน...


“แม่เขาพูด ก็เพราะหวังดีกับหนูน่ะลูก เพียงแต่เขาเป็นห่วงหนูมาก
ก็เลยพูดจารุนแรงไปบ้าง”
รุ่งเดินเข้ามาปลอบ เมื่อเห็นหลานสาวนั่งร้องไห้อยู่ในห้องแต่งตัว
หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากแก้ม
“ต่อไป อุ้มจะไม่ทำให้แม่ผิดหวังอีกแล้ว อุ้มจะหางานทำจ๊ะป้า…”
น้ำเสียงนั้น บอกถึงความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยม
เช้าวันต่อมา เธอก็ถือเอกสารสมัครงานมายืนอยู่หน้าโรงแรมรัตนสยามเพื่อสมัครงานในตำแหน่งประชาสัมพ
ันธ์ตามที่ได้ร่ำเรียนมา
หญิงสาวเดินเข้าลิฟต์พร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาคมสัน ผิวขาวเกลี้ยงเกลาและดูเป็นมิตร
ทั้งสองยิ้มให้กันตามมารยาท แต่เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง เธอก็เริ่มกระวนกระวายเหมือนไม่มีอากาศหายใจ
ตั้งแต่เด็กจนโต เธอไม่ชอบอยู่ในที่คับแคบ และทันใดนั้นเอง ไฟในลิฟต์ก็ดับพรึ่บ เครื่องปรับอากาศหยุดทำงาน หญิงสาวสะดุ้งตกใจโผเข้ากอดชายหนุ่มไว้แน่น
“...อย่ากลัวนะครับ เดี๋ยวไฟก็ติด...”
เขาบอกเธออย่างสุภาพ หญิงสาวรู้สึกตัวจึงคลายอ้อมแขนออก
เธอรู้สึกอายจนหน้าร้อนผ่าว ขณะเดียวกันก็เริ่มหายใจติดขัด และร้อนรน
“ผมว่าคุณควรจะปลดกระดุมเสื้อออกซักสองสามเม็ด”
ชายหนุ่มบอก อริตาหันไปมองเขาตาค้างในความมืด
“ผมไม่ได้คิดอะไรลามกนะ แค่อยากให้คุณหายใจสะดวกขึ้น...”
เขารีบแก้ตัว นั่นแหละ เธอจึงหันหลังให้และแกะกระดุมที่รัดคอออก
เริ่มรู้สึกดีขึ้น แต่เพียงครู่เดียว เธอก็เริ่มอึดอัดขึ้นมาอีก
“ ดิฉัน ดิฉันกำลังจะไม่ไหวแล้ว”
เธอบอก ขณะที่ภาพต่างๆเริ่มพร่าเลือน
“หายใจลึกๆ ช้าๆ นะครับ เดี๋ยวก็จะดีขึ้น”
เสียงชายหนุ่มเหมือนแว่วมาแต่ไกล อริตาซวนเซกำลังจะล้ม ขณะนั้นเอง ประตูลิฟต์ก็เปิดออก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในโรงแรมสองคนปรี่เข้ามาช่วยด้วยความตกใจ
“เปิดประตูเร็ว...ฉันจะพาคุณผู้หญิงคนนี้ไปที่ห้อง”
ชายหนุ่มออกคำสั่งเสียงเฉียบ ขณะเข้ามาประคองหญิงสาวแปลกหน้าไปยังห้องพักส่วนตัวของเขา
ภายในห้องกว้างใหญ่ ถูกออกแบบและตกแต่งเอาไว้อย่างงดงาม เหมือนห้องชุดราคาแพง ชายหนุ่มประคองร่างบอบบางไปนั่งลงบนโซฟาหนานุ่ม หยิบยาดมมาแกว่งใกล้จมูก
ครู่ใหญ่ หญิงสาวจึงลืมตาขึ้นอย่างอิดโรย
“คุณ คุณเป็นยังไงบ้าง”
“ดิฉันกลัวเหลือเกินค่ะ...คุณอาจจะเห็นว่ามันเป็นเรื่องน่าขัน แต่ดิฉันกลัวที่แคบจริงๆ... ดิฉันยังไม่ตายใช่ไหมคะ”
เธอถามกลับ
“ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ คุณปลอดภัยแล้ว”
หญิงสาวพยักหน้ารับ เมื่อรู้สึกตัวว่าอยู่ในอ้อมแขนชายหนุ่มจึงขยับออกมา
“เอ่อ ปล่อยดิฉันเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
ชายหนุ่มรู้สึกตัว คลายอ้อมแขนออก ก่อนจะเดินไปรินบรั่นดีมาให้เธอดื่ม
เพื่อกระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนยิ่งขึ้น อริตาทำหน้าหน้าเหยเก คนตรงหน้าหัวเราะเบาๆ
“คุณคงดื่มไม่เป็น”
“ค่ะ ดิฉันไม่เคยดื่ม แต่มันก็ทำให้ร้อนวูบวาบดีนะคะ...ขอบคุณมากนะคะ คุณ...”
“ชรัณครับ”
ชายหนุ่มแนะนำตัว
“อุ้ม เอ่อ อริตาค่ะ...ขอบคุณมากนะคะคุณชรัณ ที่มีน้ำใจกับดิฉัน...”
ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน ขณะนั้นเอง ประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามา เขามีท่าทีเงอะงะเมื่อเห็นชรัณอยู่กับหญิงสาวที่เขาไม่เคยรู้จักมักคุ้นมาก่อน
“ขอโทษนะครับ ที่เข้ามาขัดจังหวะ...”
“ไม่ใช่อย่างที่นายคิดหรอกน่ะกวิน”
ชรันหันไปบอก
“ไม่ต้องอายหรอกครับ เรื่องธรรมดาของผู้ชาย ผมเข้าใจ”
ผู้มาใหม่พูดทีเล่นทีจริง แต่หญิงสาวกลับมองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ
“ขอโทษนะคะ ดิฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจง่าย...จะได้มานอนกับผู้ชายที่เพิ่งจะรู้จักกัน”
พูดจบเธอก็เดินลิ่วออกจากห้อง ชรัณหันไปเห็นซองเอกสารที่เธอลืมไว้
จึงหยิบขึ้นมา ก่อนจะเปิดประตูเดินตามไป แต่ร่างของเธอหายไปแล้ว
เขาได้แต่มองตามไปอย่างเสียดาย

“ขอโทษนะ....นึกว่าคุณกับเขา แอบมาจุ๊กจิ๊กกัน กลางวันแสกๆ”
ชายหนุ่มเจ้าของรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้มกว่าเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ
หากอีกฝ่ายกับหัวเราะอย่างไม่ถือสา
“บ้าน่า...ฉันไม่ใช่คนบ้ากามซะหน่อย”
ขณะนั้นเอง ผกาก็เดินเข้ามาในห้อง พอเห็นกวินนั่งอยู่กับลูกชายของเธอ
ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
“แกมาวุ่นวายอะไรที่นี่...บอกแล้วใช่ไหม...นี่เป็นห้องพักส่วนตัวของลูกชายฉัน”
“เอ่อ...ผมชวนกวินมาเองล่ะครับคุณแม่”
ลูกชายรีบออกตัว ผกาแหวใส่เสียงดัง
“ ไม่ต้องไปปกป้องมันเลย ... เดี๋ยวก็ได้ใจ คิดว่าตัวเอง เป็นเจ้าของโรงแรมเข้าซักวัน”
เธอบอกพลางปรายตามองเจ้าของชื่อ ”กวิน” อย่างชิงชัง
ชายหนุ่มพยายามสะกดกลั้นความไม่พอใจ แย้งออกไปเสียงเรียบ
“ผมไม่มีทางคิดอย่างงั้นได้หรอกครับ...ที่คุณผู้หญิงกรุณาชุบเลี้ยงผมมา ก็เป็นพระคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้แล้ว”
พูดจบเขาก็เดินออกไปจากห้อง ผกาได้แต่มองตามไปอย่างไม่พอใจ
“ขอให้คิดอย่างนั้นจริงๆเถอะ...ฉันจะได้สบายใจว่าแกไม่คิดจะตีเสมอกับลูกชายของฉัน”
อีกฝ่ายชะงัก ก่อนจะรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีใครได้เห็นน้ำตาของลูกผู้ชายที่กำลัง
รินไหลออกมา....
เขาไม่อยู่ในฐานะเดียวกับชรัณ
ชายหนุ่มย้ำกับตัวเองด้วยความเจ็บปวด หากเขาก็ต้องยอมรับความจริงว่าเขาเป็น
เพียงกาฝากที่เข้ามาอาศัยในบ้านของ ”คุณผู้หญิง” ทั้งที่เขาเองเป็นลูกคนหนึ่งของดล
แต่เพียงเพราะเขาเป็นลูกที่เกิดกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้สำคัญอะไรนักหนา
พอแม่ตาย ป้าไม่มีปัญญาเลี้ยง เลยพาเขามาอยู่กับพ่อซึ่งเขาไม่เคยรู้จักหน้าค่าตามาก่อน
แม้จะมีความเป็นอยู่เพียบพร้อมกว่าที่เขาเคยสัมผัส แต่ผกาก็ตอกย้ำให้เขารับรู้ฐานะ
ของเขาอยู่ตลอดเวลา เขาจึงต้องอยู่อย่างกล้ำกลืน หากก็ต้องฝืนทนอยู่ในบ้านต่อไป

ชายหนุ่มขับรถเข้ามาจอดหน้า HAPPINESS คลับที่ซุกตัวอยู่ชั้นล่างของโรงแรมรัตนสยาม ในตอนค่ำ เขามองพนักงานกำลังจัดโต๊ะเก้าอี้ ด้วยสายตาเจ็บปวด
ทุกวันนี้ เขาอยู่ในฐานะผู้จัดการในต์คลับ แต่ชรัณกลับมีตำแหน่งเป็นถึงผู้จัดการโรงแรม
แตกต่างกับเขาราวฟ้ากับดิน
เขาไม่ได้อิจฉา น้องชายต่างแม่
แต่บางครั้งเขาก็อดน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองไม่ได้


“เหนื่อยไหมลูก”
ชายหนุ่มชะงัก หันไปมอง เห็นพ่อยืนอยู่ตรงหน้าเขาก็ฝืนยิ้มให้
“เหนื่อยแค่ไหน ผมก็เต็มใจที่ได้รับใช้คุณพ่อครับ”
“รับช้งรับใช้อะไรกัน...ที่พ่อให้แกมาดูแลคลับ ก็เพราะว่าพ่อเห็นว่าแกชอบร้องเพลง...อีกอย่าง พ่อก็ไม่ไว้ใจคนอื่นเท่ากับลูกตัวเอง”
ชายหนุ่มค้อมหัวให้พ่ออย่างนอบน้อม
“ขอบพระคุณครับ ที่คุณพ่อยังคิดว่าผมเป็นลูกคนนึง แต่ผมคงไม่กล้าคิดอย่างนั้นหรอกครับ...ยังไงผมก็ลืมไม่ได้หรอกว่า ผมเป็นลูกที่คุณพ่อไม่ได้เต็มใจให้เกิด...”
กวินเดินเลี่ยงเข้าไปสั่งงานกับผู้จัดการไนต์คลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ใจกำลังร้อนรุ่มขึ้นมา ดลได้แต่มองตามลูกชายอย่างเห็นใจ แต่เขาก็เกรงใจผกาเกินกว่าที่จะยกย่องลูกชายให้
เทียบเท่ากับชรัณ
ที่เขาเอามาเลี้ยงดู ส่งเสียให้เรียนหนังสือจนจบ ก็ดีเกินพอแล้ว

.....................................
ในเช้าที่อากาศสดใส อริตากำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านไม้หลังใหม่ที่แม่ของเธอเก็บเงินซื้อเอาไว้ แม้จะเป็นบ้านมือสองที่ค่อนข้างเก่า แต่มันก็คือความภาคภูมิใจของแม่
หญิงสาวยังจำวันที่ย้ายเข้ามาอยู่วันแรกได้ดี เธอกับน้องชายช่วยกันทาสีรั้วบ้าน
ขณะที่แม่กับป้ารุ่งวุ่นวายอยู่กับการจัดข้าวของภายใน ส่วนลุงป้องต้องเทียวขับรถซื้อของอยู่ทั้งวัน ตกเย็นก็จัดงานเลี้ยงเล็กๆขึ้น ใบหน้าของทุกคนถูกระบายด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
ขณะนั้นเอง หญิงสาวก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าเดินมาหยุดที่หน้าบ้าน
“คุณ....คุณมาหาดิฉันถูกได้ไง”
หญิงสาวเอ่ยถามขณะเปิดประตูออกไปหา
“ผมมาตามที่อยู่ในเอกสารของคุณ...พอดี คุณลืมเอกสารไว้ที่ห้องผมน่ะครับ”
เขาบอกพร้อมยื่นซองกระดาษส่งคืนให้
“ขอบคุณนะคะที่กรุณาเอามาส่ง” เธอบอก
“....เปลี่ยนเป็นทานข้าวกับผมซักมื้อดีกว่าครับ....หรือว่าคุณรังเกียจผม”
“ดิฉันคงไม่กล้ารังเกียจใครหรอกค่ะ”
เธอตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
“หมายความว่า...คุณตกลงไปทานข้าวกับผม”
ชรัณพูดด้วยความดีใจ
“ก็ได้ค่ะ แต่ดิฉันขอเอาป้าไปเป็นเพื่อนนะคะ”
ชรัณยิ้มรับด้วยความยินดี
เมื่อถึงร้านอาหาร รุ่งไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ จึงแกล้งขอตัวออกไปเดินหาซื้อผ้าไปตัดเสื้อในร้านขายผ้าแถวนั้น เพื่อเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง
ขณะที่หนุ่มสาวกำลังสั่งอาหารอยู่นั้น กวินก็เดินเข้ามาพร้อมกับวิภาวี
“คุณชรัณนี่”
กวินอุทานออกมาด้วยความแปลกใจที่มาเจอกันโดยบังเอิญ
สาวสวยในชุดกระโปรงสั้นเผยช่วงขายาวเรียวตาวาวขึ้นมาทันทีที่เห็นใบหน้าคม
ของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
ยิ่งเห็นรอยยิ้มของเขา หัวใจของเธอก็ยิ่งไหวยวบลงอย่างไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน
แม้แต่กวิน คู่ควงคนล่าสุดของเธอ
“กวิน...นั่งด้วยกันสิ”
ชายหนุ่มเอ่ยปากชวนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล อีกฝ่ายปลายตามองสาวสวยที่นั่งตรงข้ามเขา
ก่อนจะถามกลับ
“ไม่เป็นก้างขวางคอแน่นะครับ”
“ไม่หรอก...เชิญครับคุณ”
ชรัณหันไปผายมือเชื้อเชิญหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆพี่ชายต่างแม่
หญิงสาวแนะนำตัวเองเสียงใส
“วิภาวีค่ะ...”
กวินเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งข้างๆกับอริตาก่อนจะแนะนำต่อ
“นี่คุณชรัณ ลูกชายของเจ้านายผมครับคุณวิ...”
“ไม่เอาน่ะกวิน...เราเป็นพี่น้องกันครับคุณวิ แต่กวินเขาชอบพูดเล่นอยู่เรื่อย”
ชรัณบอกก่อนหันไปหาหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างตัว
“ขอแนะนำให้รู้จักคุณอุ้ม เอ่อ เพื่อนผม”
วิภาวีมองเหยียดๆก่อนพูดขึ้น
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณอุ้ม”
“เช่นกันค่ะ คุณวิภาวี...”
“ผมต้องขอโทษคุณอุ้มด้วยนะครับที่วันก่อน เข้าใจคุณผิด”
กวินรีบออกตัว
“ไม่เป็นไรค่ะ...สถานการณ์มันชวนให้คิดอย่างงั้น ดิฉันไม่ถือหรอกค่ะ”
ขณะที่ทั้งสองยิ้มให้กันอยู่นั้น วิภาวีก็มองกวินด้วยความแปลกใจและยิ่งไม่ชอบหน้า
อริตา มากขึ้นอีก เมื่อพนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟ เธอจึงแกล้งเหยียดขาออกไปทำให้พนักงานคนนั้นสะดุดเสียหลัก น้ำส้มคั้นหกรดเสื้ออริตาจนเลอะเทอะเสียจนหญิงสาวต้องรีบขอตัวเข้าห้องน้ำ

“เข้าใจหาวิธีเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายนะ”
วิภาวีเดินตามเข้ามายืนข้างๆ อริตาหันไปมองอย่างไม่พอใจ ตอบกลับไปว่า
“ขอโทษนะคะ ถ้าจะเรียกร้องความสนใจ ดิฉันคงไม่ใช้วิธีนี้หรอกค่ะดิฉันว่ามันตื้นไปหน่อย...”
พูดจบหญิงสาวก็เดินเลี่ยงไปเปิดน้ำล้างมือ วิภาวีมองอย่างไม่พอใจ
เมื่อเห็นสายยางวางอยู่จึงหยิบขึ้นมา
“ฉันช่วยล้างนะคะ”
จากนั้นก็ฉีดน้ำใส่อีกฝ่ายจนเปียกโชกไปทั้งตัว อริตาร้องเสียงดังด้วยความตกใจ
ชรัณกับกวินได้ยินเสียง จึงรีบวิ่งมาดูด้วยความตกใจ วิภาวีไม่อยากให้ทั้งคู่เข้าใจเธอผิดไป
รีบแก้ตัว
“วิตั้งใจว่าช่วยคุณอุ้มล้างมือ แต่พอเปิดน้ำ...มันก็พุ่งเข้าใส่คุณอุ้มจนเปียกไปหมดเลย... วิต้องขอโทษด้วยนะคะคุณอุ้ม วิไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ... ดิฉันจะถือว่าเป็นคราวเคราะห์ของดิฉันเอง”
อริตาบอกเสียงแข็งก่อนจะเดินออกไป ชรัณรีบตามไปด้วยความร้อนใจ
“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณอุ้ม”
“ไม่ต้องตามดิฉันมาหรอกค่ะ กลับไปหาเพื่อนคุณเถอะ...ขอบคุณมากนะคะ สำหรับอาหารมื้อพิเศษ”
เธอบอกเสียงสะบัด รุ่งเดินกลับมาเห็นสภาพของหลานสาวเข้าก็ตกใจ
“ อุ้มเป็นอะไรลูก”
“ ช่างเถอะจ๊ะป้า”
อริตาไม่ตอบ หากดึงแขนรุ่งเดินไปอย่างรวดเร็ว ชรัณยังเดินตามไปอย่างร้อนใจ
“ผมขอโทษจริงๆ...แต่ผมไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเรื่องขึ้นนะ”
“ดิฉันทราบค่ะว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ ดิฉันผิดเองที่หลงมากับคุณ”
“ถ้าอย่างงั้น ให้ผมไปส่งคุณนะ...ผมคงจะเสียใจ ถ้าคุณจะโกรธผมด้วยเรื่องแค่นี้”
“ค่ะ” รุ่งตอบรับทันที อุ้มหันไปค้อนอย่างไม่พอใจ แต่เมื่อเลี่ยง ไม่ได้
เธอจึงต้องยอมติดรถชายหนุ่มกลับบ้านไปอย่างไม่เต็มใจ

...พิไลเห็นป้ากับหลานมากับชายหนุ่มแปลกหน้า ก็ไม่พอใจ
อริตากลัวแม่เข้าใจผิด จึงรีบออกตัว
“พอดีอุ้มลืมของไว้ที่โรงแรมของเขาจ๊ะแม่ เขาก็เลยเอามาส่ง”
“ขอบใจมากนะคุณอุตส่าห์มีน้ำใจกับลูกสาวฉัน...กลับได้หรือยังล่ะ”
พิไลบอกเสียงแข็ง อริตาทำท่าจะอธิบายกับแม่ แต่กลับถูกต่อว่าจนชรัณต้องรีบออกรับแทน
“ผมขอยืนยันว่า ผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดีกับคุณอุ้ม...ที่มานี่ก็เพราะผมจริงใจที่จะเป็นเพื่อนกับลูกสาวคุณน้า แต่ถ้าคุณน้าเห็นว่าไม่สมควร ผมก็ต้องกราบขอโทษด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ...แต่ต่อไป ไม่ต้องมีน้ำใจกับลูกสาวฉันก็ได้ไปลูก”
พูดจบ เธอก็ดึงมือลูกสาวเข้าบ้านไป รุ่งหันไปมองหน้าชรัณอย่างเกรงใจ
ก่อนจะเดินตามสองแม่ลูกเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้ชรัณมองตามด้วยความเป็นห่วง

“เรียบร้อยดีไหม”
ดลเอ่ยปากถาม เชน ลูกน้องคนสนิท เมื่อเดินทางมาถึงบ่อนที่เขาเปิดขึ้นในบ้านหลังใหญ่
ที่ตั้งอยู่ชานเมือง ลูกน้องของเขาบอกว่า
“ไม่มีปัญหาครับนาย...ลูกค้าของเรายังหนาแน่นเหมือนเดิม...”
ผู้เป็นเจ้านายยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ใครจะกล้ามาแข่งกับนายของผมล่ะครับ...”
ทิวเดินเข้ามาสมทบ
“ของอย่างงี้ มันอยู่ที่”น้ำเลี้ยง”…ถ้าน้ำเลี้ยงดี คงไม่มีใครกล้ายุ่ง”
ดลบอกอย่างย่ามใจ
“แต่คนนี้ ต้องเป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจชั้นดี สำหรับนายแน่ๆ”
ทิวบอกอย่างมีเลศนัย หลังจากที่ได้เห็นนักร้องสาวในเพชราไนต์คลับคืนนั้นแล้ว
เขาก็ตั้งใจว่าจะจัดมาเป็นของขวัญให้เจ้านายให้ได้
“ใคร” ดลเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“นักร้อง สาว สวย เสียงดีที่เพชราไนต์คลับ”
ดลตาวาวขึ้นมาทันทีเมื่อทิวเล่าให้ฟัง
คืนนั้น เขาพร้อมด้วยลูกน้องคนสนิทก็ตรงไปยังเป้าหมาย
สายตาของเขาจับจ้องไปยังนักร้องสาวที่กำลังร้องเพลงอยู่บนเวทีด้วยน้ำเสียงไพเราะ
“คนนี้ล่ะครับนาย... นางฟ้าประจำค่ำคืนนี้”
เชนบอกเจ้านาย ดลครางออกมาอย่างลืมตัว
“สวย...สวยมาก”
ลูกน้องคนสนิทกระซิบบอกเสียงเบา
“อยากชื่นชมให้สมใจไหมล่ะครับ... ผมจะจัดการให้”
“ไม่ต้อง...คนนี้ ฉันจัดการเอง...เดี๋ยวพวกแกจะหาว่าฉันไม่มีน้ำยา”
ดลหัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดีขณะเดินไปข้างเวที
อริตาร้องเพลงจบ เดินลงมา เธอต้องชะงัก เมื่อมีชายแปลกหน้ามายืนดักไว้
“คุยกันก่อนสิครับ”
“ขอโทษค่ะ ดิฉันต้องรีบไป”
หญิงสาวขยับหนี แต่ดลกลับฉุดมือเธอไว้อย่างแน่นหนา พอเห็นสายตาวาวโรจน์ของเธอ
เขาก็รีบออกตัว
“ขอโทษครับ...ผมมือไวไปหน่อย...แต่ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะล่วงเกินคุณนะ แต่บอกตรงๆ ผมได้ฟังเสียงของคุณแล้ว ชอบมาก อยากจะรู้จักกันให้มากกว่านี้ ถ้าคุณไม่รังเกียจ....กรุณาออกไปนั่งคุยกับผมซักครู่ได้ไหม”
“คงไม่ได้หรอกค่ะ ดิฉันเป็นนักร้อง ไม่ได้เป็นพาร์ทเนอร์”
หญิงสาวสะบัดมือออก ทำท่าจะเดินเลี่ยงไป หากอีกฝ่ายกลับกระชากเธอเข้ามา
จ้องหน้า กระชากเสียงใส่อย่างไม่พอใจ
“คุณคงไม่รู้ว่าผมเป็นใคร ถึงได้กล้าปฏิเสธผม”
ทันใดนั้นเอง ป้องก็เดินเข้ามาผลักอกหนุ่มใหญ่จนเซถลาไป
“แกไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับใครที่นี่ทั้งนั้น”
ทิวกับลูกน้องอีกคนทำท่าจะเข้ามาเอาเรื่อง แต่ดลยกมือห้ามไว้
เมื่อหันไปเห็นหน้าผู้มาใหม่อย่างชัดเจนเขาก็ระเบิดหัวเราะออกมา
“อ้อ นึกว่าใคร... ไม่น่าเชื่อนะว่า ดวงเราจะกลับมาเจอกันอีก...แต่อย่าคิดนะว่าฉันจะกลัว ... ฉันแค่เกรงใจผู้หญิงน่ะ แล้วฉันจะกลับมาใหม่....”
ดลเดินเข้ามาจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ
“จำไว้....คนอย่างฉัน ชอบเอาชนะซะด้วยสิ”


---------------- จบตอน3--------------
money_jan
emotion_080.gif อยากดูโฬม ใจจะขาดอยู่แล้วค่ะๆๆๆ
jeaiehom
อยากดูเจนี่ไวไวจังเลย
jazzwu
h7.gif h7.gif

17 ก.ย. นี้ ได้ดูแน่นอนค๊า...
มีธุระที่ไหน นัดใครไว้ cancle หั้ยหมดเลยนะ


h0.gif h0.gif

เราก้อจะรอดูเหมือนกันค่ะ ห่างเหินละครไทยไปนานมากกกก์....
จากที่ได้อ่านบทมา และได้เห็นเบื้องหลังถ่ายทำ
ก็อยากดูเร็ว ๆ เหมือนกันค่ะ อยากรู้ว่าจะมันส์แค่ไหน...
jazzwu
ฉายต่อจากเมื่อดอกรักบาน คงจะเป็นวันที่ 24 นี้ค่ะ
ช้าไปอีกอาทิตย์ คงไม่เป็นไรน่ะ....
รอ...รอ...
หมูหวานพริกเผา
user posted imageไปได้รูปในเวบช่อง3เลยเอามาฝากจ้า
credit:tv3.com
หมูหวานพริกเผา
อีกรูปจ้า
credit: tv3.comuser posted image
jazzwu
ขอบคุณ สำหรับรูปสวย ๆ จ้า...
เราเองก็กะลังขอรูปอยู่
ถ้าได้จะรีบแปะเลย...
achijung
emotion_111.gif emotion_111.gif อ่านนิยายสนุกจังค่ะ...
จะอัพตอนที่ 4 เมื่อไหร่ค่ะ
จะรออ่านค่ะ...
i2.gif
achijung
อยากอ่านต่อ ช่วยด้วย จะลงแดงอยู่แล้ว รอละครไม่ไหวนะคะ
jazzwu
QUOTE(achijung @ Sep 11 2007, 08:21 AM)
อยากอ่านต่อ  ช่วยด้วย  จะลงแดงอยู่แล้ว รอละครไม่ไหวนะคะ
*




เปนปายด้าย ขนาดเนี้ย...
แหม เนี่ยแค่อ่านน่ะ..
อยากอ่านต่อรอไม่ไหว
ซื้อหนังสือเลยสิจ๊ะ..
(ดัน ช่วยนักประพันธ์ คงไม่ผิดกติกานะ)

ก่อนอ่านก็ขอบอกให้กินข้าว เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย
...อ่านแล้ววางไม่ลง ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ..55555
jazzwu
เห็นไตเติ้ลโฆษณากันยังจ๊ะ..
น่าดูใช่มั้ยล่ะ....
medsray
QUOTE(Endless Love @ Aug 25 2007, 10:12 PM)
จะรอดูพี่โฬม emotion_087.gif
*




h8.gif มารอดูอะไรคะคุณแตงราตรี ebugs16.gif
STEVIE_JANE
น่าดูจังเรื่องเน้
posy_p
เห็นตัวอย่างโฆษณาแล้ว
น่าดูมาก
อยากดู พี่แหม่ม จิน กะ พี่เปิ้ล จารุณี
jazzwu
แฟนคลับโฬมเยอะเหมือนกันนะเนี่ย
เจ้าตัวรู้ว่าแฟน ๆ ตั้งตารอ..คงจะดีใจ

น้องโฬมได้ยินแล้วตอบด่วน
มีคนคิดถึง..คิ๊ดถึง

jazzwu
QUOTE(posy_p @ Sep 12 2007, 01:43 PM)
เห็นตัวอย่างโฆษณาแล้ว
น่าดูมาก
อยากดู พี่แหม่ม จิน  กะ พี่เปิ้ล จารุณี
*




18 ก.ย. อย่าลืมดูนะ
ได้ดู พี่แหม่ม กะพี่เปิ้ล แน่นอนจ้า...
ประชันความมันส์ตั้งแต่ฉากแรกเลยล่ะ...อิอิอิ
jazzwu
ไว้จะอัพนิยายตอน 4 ขอเวลาอีกนิดนึง...
คราย รอม่ายหวายซื้อหนังสืออ่านก่อนนะ...
เล่มละ 170 บ. เองน่ะ ไม่แพงเยย...
Utopia(ca)
QUOTE(jazzwu @ Sep 12 2007, 01:45 PM)
แฟนคลับโฬมเยอะเหมือนกันนะเนี่ย
เจ้าตัวรู้ว่าแฟน ๆ ตั้งตารอ..คงจะดีใจ

น้องโฬมได้ยินแล้วตอบด่วน
มีคนคิดถึง..คิ๊ดถึง
*



สวัสดีจ้าคุณjazzwu

แฟนคลับโฬมเยอะจ้า pantip, popcorn, web fanclub..^_^
มาลงชื่อให้กำลังใจโฬม ค่ะ
อยากฝากกำลังใจค่ะ
emotion_087.gif emotion_087.gif emotion_087.gif

ขอบคุณค่ะคุณ jazzwu





jazzwu
QUOTE(Utopia(ca) @ Sep 12 2007, 10:13 PM)
สวัสดีจ้าคุณjazzwu

แฟนคลับโฬมเยอะจ้า pantip, popcorn, web fanclub..^_^
มาลงชื่อให้กำลังใจโฬม ค่ะ
อยากฝากกำลังใจค่ะ
emotion_087.gif  emotion_087.gif  emotion_087.gif

ขอบคุณค่ะคุณ jazzwu
*



สวัสดีจ้า...คุณUtopia(ca)

ขอบคุณค๊า..ที่แวะมาทักทาย
โฬมกะลังมาแรงจะแซงโค้ง....
อยากฝากกำลังใจให้โฬมได้เลยค่ะ...

ยังไงก้ออย่าลืมติดตามนะจ๊ะ...
อังคารที่ 18 ...นี้จ๊า..
achijung
จะเจอตัวเป็นๆของโฬม วันอาทิตย์นี้ แฟนคลับ ฝากความคิดถึงได้นะ
จะเอาไปบอกให้ แล้วจะเก็บรูปหล่อๆ เซ็กซี่ๆ มาฝาก
littlewitch
QUOTE(achijung @ Sep 13 2007, 07:06 AM)
จะเจอตัวเป็นๆของโฬม  วันอาทิตย์นี้  แฟนคลับ ฝากความคิดถึงได้นะ
จะเอาไปบอกให้ แล้วจะเก็บรูปหล่อๆ เซ็กซี่ๆ มาฝาก
*



i8.gif ฝากบอกด้วยนะค่ะ ว่าปกติไม่ดูละคร แต่ตอนนี้มานั่งดูเพระอยากเห็นพัฒนาการของโฬมนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
jazzwu
QUOTE(achijung @ Sep 13 2007, 07:06 AM)
จะเจอตัวเป็นๆของโฬม  วันอาทิตย์นี้  แฟนคลับ ฝากความคิดถึงได้นะ
จะเอาไปบอกให้ แล้วจะเก็บรูปหล่อๆ เซ็กซี่ๆ มาฝาก
*



ตีหัวและแพ็คใส่กระเป๋ามาฝากแฟน ๆ เลยดีมะ
แค่รูปคงไม่พอ แต่ถ้าลูบก็ว่าไปอย่าง...55555

ROMEMANIA
ดีจ้ารอดูเรื่องนี้อย่างใจจดจ่อเหมือนกัน ถ้ามีอะไร อัพเดทก็ไปบอกที่บอร์ดนี้บ้างนะ
เป็นที่ชุมนุมของแฟนคลับโฬม จ้า
http://romepatchata.freeforums.org
jazzwu
QUOTE(ROMEMANIA @ Sep 13 2007, 01:59 PM)
ดีจ้ารอดูเรื่องนี้อย่างใจจดจ่อเหมือนกัน ถ้ามีอะไร อัพเดทก็ไปบอกที่บอร์ดนี้บ้างนะ
เป็นที่ชุมนุมของแฟนคลับโฬม จ้า
http://romepatchata.freeforums.org
*



ค๊า....ว่าง ๆ จะแวะไปนะค่ะ
Utopia(ca)
QUOTE(jazzwu @ Sep 13 2007, 01:59 PM)
ตีหัวและแพ็คใส่กระเป๋ามาฝากแฟน ๆ เลยดีมะ
แค่รูปคงไม่พอ  แต่ถ้าลูบก็ว่าไปอย่าง...55555
*



555555 คุณjazzwu แพ็คใส่กระเป๋ามาฝากแฟน ๆ เลย g6.gif g6.gif

ขอบคุณนะคะ คุณjazzwu +achijung
mzaa
ดีจังเลย ที่ให้โฬมคู่เจนนี่ ชอบทั้งคู่เลย
achijung
user posted image


โฬมกะเจนี่ สวีทหวาน(ในฉาก...)กลางชายหาด
jazzwu
user posted image

กินข้าวกับโฬมมั้ยคับ....
jazzwu
user posted image

ตอนยังไม่แต่งหน้าคับ ...

หน้าใสยังเยยตัวเอง...
This is a "lo-fi" version of our main content. To view the full version with more information, formatting and images, please click here.
Invision Power Board © 2001-2014 Invision Power Services, Inc.